ทำไมปี 2019 นักลงทุนรายย่อยจึงลดลงเกือบ 50%

ทำไมปี 2019 นักลงทุนรายย่อยจึงลดลงเกือบ 50%
41 Views

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้คุยกับผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เขาบอกว่าผลจาก high frequency trading และภาวะการซบเซาของตลาด ทำให้สัดส่วนนักลงทุนรายย่อยลดจำนวนลงจาก 60% เหลือแค่ 30%

ผมไม่รู้ว่าตัวเลขนี้จริงหรือไม่ แต่ถ้าใครย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จะรู้ว่า ตลาดหุ้นไม่เหมือนเดิม

ยุคนั้น หุ้นตัวเล็กๆแต่ละตัว วิ่งกันเป็นไฟแลบ เดี๋ยว Ceiling บางตัววิ่งไปที 5 เท่า 10 เท่า เป็นเรื่องปกติ แต่ในยุคนี้ หุ้นตัวเล็กๆหลายตัว ลงไปนอนกองกับพื้นข้างล่าง แบบไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา หลายตัวลงมาเกินกว่า 90% จากราคาบนสุด

ในขณะที่หุ้นตัวกลางๆหลายตัว ราคาลดลงมาอย่างน่าใจหาย BEAUTY ราคาลงมาจาก 23 บาท ปัจจุบันเหลือ 1.65 บาท ( ลดลงไป 93% ) WORK ราคาลงมาจาก 105 บาทเหลือ 14 บาท ( ลดลงไป 87% )

หุ้นตัวใหญ่ๆหลายตัวราคาก็ลดลงมาตั้งแต่ 30-50% ในขณะที่ดัชนีคงตัวอยู่แถว 1570

มีหลายคนแปลกใจว่าดัชนีไม่ค่อยลดลง แต่ทำไมราคาหุ้นแต่ละตัว ราคาลดลงมหาศาล นี่เป็นผลมาจาก หุ้นตัวใหญ่บางตัว ราคายังคงขึ้น เช่น GULF และมีหุ้น IPO ใหญ่ๆหลายตัวที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ดัชนียังคงยืนอยู่ได้

ไม่ต้องเอาตัวเลขมาเปรียบเทียบ ที่ผมคำนวณจากที่เห็นในสายตาผมเอง นักลงทุนรายย่อยหลายคนติดดอยอยู่ข้างบนเป็นจำนวนมาก และมี full time Trader หลายคน ต้องกลับไปทำงานประจำ เนื่องจากไม่สามารถเทรดเป็นอาชีพได้

ผมเชื่อว่าหลายคนมีความรู้ แต่ที่ต้องออกจากตลาดไป ไม่ได้เกี่ยวว่า มีความรู้ หรือไม่มีความรู้ เพราะความรู้อย่างเดียว มันไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดในสนามนี้ได้

สิ่งที่จะทำให้เราอยู่ในตลาดได้ตลอดไป มันมีมากกว่านั้น

1. ความสามารถในการยืนระยะ

2. ความสามารถในการปรับตัวตามสถานการณ์

3. จังหวะที่ควรนิ่งต้องนิ่ง จังหวะที่ควรจะถอยต้องถอย จังหวะที่ควรจะรุกต้องจัดเต็ม

4. การหาจังหวะในการทำกำไร ไม่ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นเต็มรูปแบบ ขาขึ้นสลับกลุ่มเล่น ไซด์เวย์แบบมี volatiles ไซด์เวย์ แบบไม่มี volatiles ขาลงแบบต้มกบ ขาลงแบบลงลิฟต์

5. การควบคุมความโลภและความกลัว

6. หน้าตักของเงินที่เอามาเล่น ( ถ้าน้อยเกินไปจะกดดันมาก )

7. การคิดนอกกรอบ มากกว่า technical analysis เพราะหลายๆครั้ง มีคนทำกราฟเพื่อหลอกให้รายย่อย stop

8. การไม่พลาดโอกาสในการทำกำไรแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเมื่อมีโอกาส

9. การรักษาสถานะของพอร์ตให้ไม่มีทางระเบิด ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น

10. การควบคุมดูแลจังหวะในการเทรดแบบเร็ว ช้า หนัก เบา

11. การเอาตัวรอดเวลาตลาดตกใจสุดขีด

12. การดูแลรักษาสุขภาพจิต เวลาพอร์ตขาดทุน

13. การมีวินัยที่พอเหมาะพอดี มากเกินไปก็โดน stop น้อยเกินไปก็โดนลากไปกินในน้ำ

14. รู้จักการหมุนเวียนเปลี่ยน Product ตามสถานการณ์ หุ้น warrant dw tfex sbl ssf option หรือข้ามไปเทรดในตลาด global – nasdaq cbot

15. การดูแลเอาใจใส่สุขภาพกายให้แข็งแรง การดูแลสุขภาพใจให้มั่นคงและนิ่งในทุกสถานการณ์

จริงๆมีอีกหลายข้อ แต่ผมไม่สามารถบรรยายได้หมด ลำพังความรู้แค่ trade setup มันไม่เพียงพอ ไม่งั้นคนคงรวยไปทั้งประเทศแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆก็รู้กัน

ผมยังมีความเชื่อว่า อาชีพเทรดเดอร์อิสระ เป็นอาชีพที่หาเงินง่ายกว่าการกินเงินเดือน หรือเป็นเจ้าของกิจการ ที่ผมพูดได้ เพราะตัวผมเองก็เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง

ไม่มีรายได้ทางไหนที่ดีกว่าการเทรดสำหรับผม

  • โค้ชซัน กระทรวง  จารุศิระ