เมื่อเกิด price shock ควรทำยังไงดี ตอนที่ 2 - supertraderrepublic

เมื่อเกิด price shock ควรทำยังไงดี ตอนที่ 2

อย่างที่รู้กันว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนมาก ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศยักษ์​ใหญ่​หรือตลาดหุ้นใน Emerging Market (ตลาดเกิดใหม่)​ อย่างปู่SETของเราที่ปรับตัวลงไปประมาณ​ 40% ในบทความที่แล้วได้พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิด Price Shock อย่างเหตุการณ์​ในช่วงที่ผ่านมา ขอทวนนิดนึงนะคะว่า Price Shock คือการที่ราคาเกิดความเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 5 เท่าของTrading Range(ช่วงราคา)​เมื่อวาน มีอีกคำนึงที่เรามักจะได้ยินควบคู่ไปกับคำนี้ก็คือคำว่า Black Swan ซึ่งมาจากการที่เมื่อก่อนนักวิทยาศาสตร์​ไม่เคยพบเห็นหงส์​สีดำมาก่อนเลยสรุปว่าไม่มีหงส์สีดำในโลก แต่ก็มีการพบเห็นหงส์​สีดำในปี 1697 เรื่องนี้บอกเราว่า “สิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นหรือนานๆ ทีถึงจะเกิดไม่ได้หมายความว่าจะเกิดไม่ได้”

เมื่อเกิด Black Swan Event และ Price Shock อย่างนี้แล้ว ข้อแรก พึงระลึกเสมอว่าตลาดหุ้นไม่ใช่ภาพสะท้อนของเศรษฐ​กิจ เพราะตลาดหุ้นเป็นตลาดอารมณ์​และนักลงทุนส่วนมากบ่อยครั้งจะไม่สมเหตุสมผล​(Irrational) ดังนั้นถึงแม้เศรษฐกิจ​จะยังไม่ได้ฟื้นตัว ตลาดหุ้นก็ฟื้นตัวได้ค่ะ ข้อที่ 2 คือ การกระจายความเสี่ยงไม่ช่วยอะไรเลยเวลาที่เกิด Price Shock เพราะ

Correlation หรือค่าสหสัมพันธ์​ขขอตลาดหุ้นทั่วโลกและสินทรัย์ต่างๆ จะกลับไปใกล้เคียง 1 หมายความว่าถ้าตลาดหุ้นตกแล้ว สินทรัพย์​อื่นๆ ก็จะตกด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น​ในกรณีนี้เรียกได้ว่า “ยิ่งกระจายความเสี่ยงก็ยิ่งเสี่ยงมาก”

มาต่อกันที่ข้อต่อไปเลยนะคะ เวลาที่เกิด Black Swan Event และมี Price Shock ในตลาดหุ้นให้รู้เอาไว้ว่า

3.ตลาดไม่ปรกติ การกระจายตัวแบบปกติใช้ไม่ได้

ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องความไม่ปรกติ ขอเริ่มที่ความปรกติในอุดมคติก่อนนะ คือเทรดเดอร์หลายคนมักจะมองว่าข้อมูลจะมีการกระจายตัวในลักษณะที่เรียกว่า “Normal Distribution” หรือการแจกแจงปรกติหรือที่เรียกกันว่าทรงระฆังคว่ำ แต่จริงๆ แล้วข้อมูลมักจะกระจายตัวในลักษณะที่เรียกว่า “Fat tail/Long tail Distribution” หรือการกระจายตัวแบบที่ปลายทั้ง 2 ข้างจะยืดยาวไปมากกว่าที่เราคิดเยอะ ทำให้เกิด -100 จุดหรือ +80 จุด

ซึ่งถ้าข้อมูล​มีการกระจายตัวในแบบ Normal Distribution จริงๆ เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น ถูกไหมคะ? เพราะข้อมูลเอียงไปกองอยู่ด้านนึงมากเกินไป Indicatorsหลายๆ ตัวก็ใช้สมมติฐานเรื่องนี้มาคำนวน ที่เราใช้กันบ่อยที่สุดและทุกคนรู้จักกันดีก็คือ Bollinger Bands ซึ่งมีส่วนประกอบเป็น 3 เส้น 2 Bands เส้นกลางจะคือ SMA20 และถ้าเป็นค่า Default(ค่าที่กำหนดมาแต่แรกในโปรแกรม ไม่ได้ไปปรับอะไร) Band บนจะเป็นคือ +2 Standard Deviation ของ SMA20 และBandล่างจะคำนวน​มาจาก -​2 Standard Deviation ของ SMA20 โดยปรกติแล้ว เมื่อไหร่ที่ราคาหลุดออกนอก Band เยอะๆ มักจะกลับเข้าใน Band (ราคาอาจจะไม่ได้สูงขึ้น อาจจะเลี้ยงตัวออกข้างจนสุดท้ายBandเป็นฝ่ายลงมาหาเองก็ได้) แต่ในช่วงที่ผ่านมา แม้ราคาจะตกออกมานอก Band ล่างแล้วนอกจากจะไม่ดีดขึ้นหรือเลี้ยงตัวออกข้างแล้ว ยังลงต่อจนเกิด Circuit Breakerในวันต่อมาอีก บ่งบอกได้ว่าการกระจายตัวของข้อมูลไม่เป็นไปตามสมมติฐาน Normal Distribution สุดๆ

4. สัญญาณ​ขายจากการตัด EMA มาช้า

ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ขอเกริ่นและทวนสำหรับผู้ที่รู้อยู่แล้วว่า EMA จะคำนวณมาจากราคาปิดของแต่ละวันและหารถ่วงน้ำหนัก โดยให้ความสำคัญกับวันล่าสุดมากที่สุดและลดหลั่นความสำคัญ​ลงไปเรื่อยๆ และเนื่องจากเอาราคาปิดมาคำนวน​เนี่ยแหละ เวลาที่เกิดเหตุการณ์​รุนแรง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง​ของราคามากๆ เส้น EMA จะเคลื่อนที่ตามไม่ทัน ไม่ต้องพูดถึงการที่จะให้เส้น EMA มาตัดกัน เกิดเป็นสัญญาณ​ Death Cross ที่หลายคนใช้เป็นสัญญาณ​ขายหรือเปิด Short/Put เลยค่ะ อธิบายอย่างนี้อาจจะนึกภาพไม่ออกเท่าไหร่ เอาเป็นว่าลองดูภาพตัวอย่างเลย


EMA ที่ใช้ในที่นี้เป็น EMA50, 89, 200 ซึ่งเป็นเส้น EMA ที่ใช้มอง Sentiment ของตลาด เหมาะสำหรับการมองเทรนด์ในระยะกลางถึงยาว จากภาพจะเห็นได้ว่ากว่าที่ EMA ๆจะตัดลงก็ผ่านไปหลายวันแล้ว

ในทีนี้เทรดเดอร์ในตลาดไทยถือว่าโชคดีกว่า เพราะ SET เป็นขาลงมาระยะนึงแล้ว เส้น EMA จึงตัดลงมาระยะนึงเเล้ว

นี่คือข้อสังเกตุ 4 ข้อที่เห็นจากการเกิด Price Shock จาก COVID-19​ Pandemic ที่ผ่านมา เทรดเดอร์​ระดับโลกบางคนแนะนำว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์​อย่างนี้ให้ใช้ “Crisis management” โดยให้ขายทำกำไรที่ได้มาเพราะโชคช่วย (เช่น เปิด Short/Put มาก่อนตลาดลงแรงๆ และตลาดลงแรงพอดี)​และรอให้ตลาดซับแรงขายหมด อาจจะถัวสถานะที่ขาดทุนก็ได้แต่ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า การถัวคือการเพิ่มความเสี่ยง แต่โดยส่วนตัวเเล้วเเนะนำว่าให้ดูตามกราฟไปและถ้าอยากถัวจริงๆ​ อย่าถัวเพราะมองว่า “ราคาต่ำแล้ว” เท่านั้นนะคะ แต่ให้มองการกลับตัวของราคา ไล่จาก Timeframe เล็กๆ อย่าเพิ่งรีบไปสวนตอนเกิดแท่งเทียนยาวๆ นะ การทำแบบนั้นเหมือนเรากระโดดไปยืนขวางหน้ารถที่กำลังเบรคแตก สุดท้ายแล้วเรื่องราวจึงมักจบไม่สวย

  • ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​ ผู้สอบผ่าน CMT LEVEL 2 (Chartered Market Technician Program) คุณวุฒิทางด้านวิชาชีพนักวิเคราะห์ทางเทคนิคในระดับสากล เจ้าของเพจวัคซีนหุ้น​