ความ ผันผวนเป็นมิตร หรือ เป็นศัตรูของเทรดเดอร์ EP.2

ความผันผวนเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูของเทรดเดอร์
293 Views

หลังจากตอนที่เเล้ว​ ที่เราได้ทำความรู้จักกับvolatilityหรือความผันผวน​คร่าวๆ​ แล้ว​ว่า​ แท้ที่จริงแล้ว​ เค้าไม่ใช่ศัตรูต่อการลงทุน​ แต่เป็นเพื่อนแท้เมื่อเราเข้าซื้อหุ้น​

ราคาหุ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อ​ มี​ Volatility​ ​เพิ่มขึ้นนะคะ​ จริงๆ​ แล้วเทรดเดอร์​ที่เทรดหุ้นด้วยกราฟทุกคนล้วนเเล้วเเต่เคยใช้​ Volatility​ อย่างไม่รู้เนื้อ​รู้ตัว​ อย่างเช่น​ จับหุ้นมาเฝ้า​ เมื่อหุ้นทำแพทเทิร์น​สามเหลี่ยมสมมาตร(symmetrical triangle)

ตัวอย่างที่ 1 หุ้น​ CKP ในช่วงก่อนหน้านี้​ ราคาค่อยๆ​ บีบเเคบลงทำทรงสามเหลี่ยมสมมาตร​ หรือที่เราชอบ เรียกว่า​ “สามเหลี่ยม​เลือกทาง”

ซึ่งจะมีวิธีการเทรดที่เหมาะกับเค้าอยู่​ แต่ตอนนี้ขอโฟกัสที่ค่าvolatilityกับแพทเทิร์นสามเหลี่ยม​เลือกทางก่อน

เราจะเห็นได้ว่ายิ่งราคาหุ้นเคลื่อนที่บีบกรอบแคบเข้ามาเรื่อยๆ​ ค่า​ ATR ซึ่งในที่นี้ขอใช้เป็นตัวแทนของ​Volatility​จะลดลง​ และสุดท้ายเมื่อเกิดการเลือกทาง​(breakout)​ค่า​ATR ก็เพิ่มขึ้น​

ลองจินตนาการถึงขวดน้ำอัดลม​ เวลาที่เรายังไม่ได้เปิดฝาเเล้วเขย่าขวดไปมา​ ก็จะเกิดการสะสมความดัน​ เมื่อเปิดฝาน้ำอัดลมก็จะพวยพุ่งออกมา​

การบีบอัด​ Volatility​ก็เป็นเช่นนี้แหละ

อินดิเคเตอร์​ 3 ตัวที่สามารถ​ใช้บอกถึง​Volatility​ได้​ คือ

1.Bollinger Bands​(BB)

อินดิเคเตอร์​นี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด​ 3 แถบ​ ได้แก่​ แถบบน​ แถบกลาง​ และแถบล่าง​ โดยพื้นฐานถูกคำนวณมาจากค่า Standard deviation หรือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

อธิบายง่ายๆ​ คือ​ Bollinger bands จะเป็นเหมือนสัญญาณ​จับ​ “ความผิดปรกติ” เช่น​ ปรกตินาย​ A เป็นคนที่กินข้าวเยอะนะ​ กินมื้อนึงเฉลี่ย​ 5 ชาม​ ถ้านายA กินข้าว​ 5 ชาม​ ก็จะถือว่าเป็นเรื่องปรกติ​ ถ้าเป็นหุ้นก็จะอยู่ในกรอบของBollinger Bands​ตามปรกติ​ แต่ถ้าหากวันไหน​ นายAกิน​ 8​ชาม​ ซึ่งมากกว่า​พฤติกรรม​ตามปรกติ​ ถ้าเป็นหุ้น​ ราคาก็จะหลุดกรอบบน​ เป็นสัญญาณ​บ่งบอกถึง​ว่า​มีเรื่องไม่ปรกติเกิดขึ้น​แล้ว​ เช่นเดียวกัน​ ถ้าอยู่ๆ​ นาย​A เกิดอกหักแล้วลดปริมาณ​การกินเหลือแค่​มื้อละ​ 3 ชาม​ Bollinger Bands​ ก็จะส่งสัญญาณ​เตือน​

Bollinger​ Bands​ เป็นตัวชี้วัดว่า​ ค่าความผันผวนเกิดการเปลี่ยนแปลง​ไปจากช่วงก่อนหน้ายังไงล่ะ

เทรดเดอร์​หลายคน​ ก็อาจใช้ประโยชน์​จากความไม่ปรกติของราคาที่เกิดใน​กรอบsideway เช่น​ CallหรือLongเมื่อราคาหุ้น​ ตกมาอยู่ที่บริเวณ​แถบล่าง​ เพราะคิดว่าเดี๋ยว​ราคาต้องเด้งกลับไปที่ค่าเฉลี่ยเดิม หรือ​ put/short เมื่อราคาขึ้นมาชนแถบบนของ​ Bollinger​ bands

อย่างไรก็ตาม​ กลยุทธ์​นี้ใช้ได้เฉพาะบางสภาวะตลาดเท่านั้น​ และทุกครั้งที่จะใช้ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าในการเสี่ยง(Risk​ to Reward Ratio : RRR) ด้วย

  • ATR

เป็นอินดิเคเตอร์​ที่วัดvolatility หรือความผันผวน​โดยตรงเลย​ โดยที่

  • จะมีค่าเพิ่มขึ้น​ เมื่อหุ้นเกิดแนวโน้ม​ ไม่ว่าจะเป็น​ในทาง​ขึ้นหรือลงก็ตาม
  • จะมีค่าลดลง​ เมื่อหุ้นไร้แนวโน้ม​ ที่เรียกกันว่าสภาวะ​ sideway​นั่นเอง

เพราะฉะนั้น​ ATR ไม่ใช่อินดิเคเตอร์​ที่ไม่สามารถใช้เป็นสัญญาณ​ซื้อ/ขายได้​ เพราะมันจะมีค่าเพิ่มขึ้นทั้งใน​ กรณีที่หุ้นเบรคทะลุแนวต้านหรือหลุดทะลุเเนวรับ​

ตัวอย่างที่​ 2 SET ในTIMEFRAME 30 นาที จากรูป​ จะเห็นได้ว่า​ ATR​ มีค่าเพิ่มขึ้นทั้งในกรณีที่หลุดทะลุเเนวรับ​ หรือเบรคกรอบทะลุแนวต้าน​ เพราะฉะนั้น​เราไม่สามารถ​ใช้การเพิ่มขึ้นของ​ ATR​ เป็นสัญญ​าณซื้อ/ขายได้

แล้วอย่างนั้น​ ATR เอาไว้ใช้ทำอะไรล่ะ?

ATR สามารถบอกช่วงเวลาที่ตลาดคึกคักได้​ เช่น​ หากดูกราฟของtfex(ซีรี่ย์​ที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบัน​ คือ​ S50u19)​จะพบว่า​ ช่วงก่อนที่ตลาดหุ้นจะเปิด​ ประมาณ​ 9.45 –​ 10.00​ น​ และหลังจากที่ตลาดหุ้นปิดทำการ​ เวลาประมาณ​ 16.30 น.​ จะมีค่า​ ATR​ มากกว่า

2.ใช้เป็น stop-loss ที่ยืดหยุ่น​ ใช้​ confirm การเบรคเเนวต้าน​ เป็นต้น

3. ADX

เป็นอินดิเคเตอร์​ที่ไม่สามารถ​ใช้เป็นสัญญาณ​ซื้อขายได้เหมือน​ ATR แต่ควรใช้อินดิเคเตอร์​อื่นเป็นตัวยืนยัน

ตัวอย่างที่​ 3 SET ใน​ TIMEFRAME 30 นาที​ ในที่นี้​ เส้น​สีเหลืองคือADX จะไม่สามารถบอกแนวโน้มได้ด้วยตัวของมันเองเดี่ยวๆ​ แต่จะเป็นแค่ตัวบอกว่าเทรนด์ที่เกิดขึ้น​นั้น​ มีความรุนแรงแค่ไหน

โดยการที่​ ADX มีค่า​ 20-25​ จะแสดงถึงการที่หุ้นหรือดัชนีนั้นมีเทรนด์เกิดขึ้น(ON TREND)

Technical analysis : The complete resource for financial market technician 3rd edition เขียนไว้ว่านักเทคนิคบางคนมองว่า​ หุ้นจะใกล้สิ้นสุดเทรนด์​เมื่อ​adx​มีค่ามากกว่า​ 45​ แต่อย่างไรก็ตาม​ 45​ ไม่ได้magic number เพราะหุ้นที่มีเทรนด์แข็งแกร่งหลายตัวก็ยังขึ้นต่อไปเรื่อยๆ​ แม้​ adx​ จะมีค่ามากกว่า​ 45​ แล้ว​ เราควรพิจารณา​ปัจจัยอื่นร่วมด้วย ADX ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการตกรถ​ และเตือนให้เราเกาะไปกับเทรนด์​ใหม่ได้​ เมื่อมันแสดงค่าออกมามากกว่า​ 20

ทีนี้ก็เลิกกลัว​ Volatility​ หรือความผันผวน​กันได้แล้วนะคะ​ ตลาดหุ้น​เป็นตลาดของอารมณ์​ ซึ่งเราคงจะหลีกเลี่ยง​ความผันผวน​ไปไม่ได้​ และในเมื่อหลีกเลี่ยง​ไม่ได้​อยู่เเล้ว​ เราก็คบเค้าเป็นเพื่อนดีกว่า

  • ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​
Facebook Comments