Trend​ line ง่ายๆ​ แต่มีประโยชน์​กว่าที่คิด

Trend​ line ง่ายๆ​ แต่มีประโยชน์​กว่าที่คิด
1,518 Views

         คนที่เทรดหุ้นด้วย​ technical คงจะรู้จักการตีเส้นเทรนด์​ไลน์​ทุกคน​ เพราะเรื่องนี้ถือว่า​ เป็นเรื่องพื้นฐาน​ที่เทรดเดอร์​ต้องรู้จักก่อนจะเข้ามาผจญภัย​ในตลาดหุ้น​ จริงๆ​ แล้วเทรนด์ไลน์​ไม่ใช่แค่เส้นตรงธรรมดา​ แต่บอกอะไรเราได้อีกมากมายนะ

         เนื่องจาก​เทรนไลน์​สัมผัสกับราคาโดยตรง​ ตามหลักการแล้ว​ เราจะต้องลากให้เส้นสัมผัสกับเทรนด์​ไลน์​อย่างน้อย​ 2 จุด​ ดังนั้นมันจะสามารถบอกถึงการเปลี่ยนแปลง​ที่เกิดขึ้นในราคาได้ดีทีเดียว

เทรนด์​ไลน์​บอกอะไรเราได้บ้าง

  1. เทรนด์​ไลน์​สามารถบอกได้ถึง​ความกระตือรือร้นของผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด​
  2. ถ้าผู้ซื้อมีความกระตือรือร้นน้อย​ ราคาจะค่อนข้างราบเรียบหรือค่อยๆ​ ขึ้นทีละน้อย​ เราก็จะลากได้เทรนด์​ไลน์​ที่มีความชันน้อย​
  3. ถ้าผู้ซื้อมีความกระตือรือร้น​มาก​ ราคาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว​ ถ้าเราลากเทรนด์​ไลน์​อาจจะได้เส้นที่เกือบเป็นเส้นตรงตั้งฉากกับแกน​ x หุ้นที่มีลักษณะ​แบบนี้บ่งบอกว่ามีการไล่ราคาเกิดขึ้น​ หรือถ้าสังเกต​ bid-offer ในวันจะเห็นการรวบ​ offer แล้วยกหนีไปเรื่อยๆ​ จนราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว​
  4. ถ้าผู้ขายมีความกระตือรือร้นน้อย​ ราคาจะค่อยๆ​ ลง​ หรือ​ ที่เรียกว่า​ “ต้มกบ”
  5. ถ้าผู้ขายมีความกระตือรือร้น​มาก​ เราจะเห็นราคาลงแบบทิ้งดิ่ง​ ถ้าลากเทรนด์ไลน์ก็จะได้เส้นที่มีความชันมาก​จนเกือบเป็นเส้นตรง​ตั้งฉากกับแกน​ x  หุ้นลักษณะ​แบบนี้บ่งบอกว่ามีการแย่งกันขายเกิดขึ้น​ เช่น​ พวกหุ้นที่ติดฟลอร์​ ที่โดยเทขายจนราคาลดลงอย่างรวดเร็ว​

2.​ ถ้าเราลากเทรนด์ไลน์ผ่านจุดราคาที่สัมผัสกันมากกว่า​ 2 จุดก็อาจเกิดเป็นรูปแบบราคา​ (price pattern) ได้ด้วย​ เช่น​ หากเราลากเทรนด์ไลน์สองเส้นที่บีบตัวเเคบลง​เรื่อยๆ​ ก็จะเกิด​รูปแบบราคาที่เรียกว่า​ “สามเหลี่ยม​สมมาตร(symmetrical triangle)” ซึ่งทำให้เราสามารถคำนวณเป้าราคาเมื่อเกิดการเบรคทะลุรูปแบบราคาได้ว่า​​ จะเท่ากับส่วนของความกว้างของสามเหลี่ยม​ เป็นต้น

สิ่งที่เราควรทำเมื่อดูเหมือน​ว่าเทรนด์​ไลน์​เดิมไม่สามารถสะท้อนความเปลี่ยนแปลง​ในปัจจุบันได้แล้ว

เมื่อเจอเหตุการณ์​อย่างนี้แล้ว​ เราควรตีเส้นเทรนไลน์​ใหม่ให้มีความชันเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพื่อตอบสนองต่อราคาหุ้นในปัจจุบัน

เช่น​ หุ้น​ Tasco ที่เมื่อเบรคเเนวต้านได้แล้ว​ หุ้นก็เพิ่มความชันขึ้น​ จนเราควรตีเส้นเทรนด์​ไลน์​ใหม่​ เส้นนี้เรียกว่า​ “speed line”

และถ้าไม่อยาก​ “ขายหมู” ก็ให้ถือต่อไปเรื่อยๆ​ ตราบใดที่ราคายังสามารถยืนอยู่บนเส้นเทรนด์​ไลน์​ โดยเฉพาะ​ speed line​ ได้

เกร็ดน่ารู้​เกี่ยวกับเทรนด์​ไลน์

  • ยิ่งเทรนด์​ไลน์มีความชันมากเท่าไหร่​ ยิ่งแสดงถึงว่าเทรนด์​ไลน์เส้นนั้นมีความชัดเจนในแนวโน้ม​
  • แต่ราคาหุ้นจะทะลุขึ้นหรือลง​ เส้นเทรนด์​ไลน์​ที่มีความชันมากพวกนี้ได้ง่าย​ เหมือนเวลาที่เราขับรถขึ้นภูเขา​ รถเราจะไหลลงได้ง่ายกว่า​มากๆ​ ถ้าขับอยู่บนทางสูงชัน
  • เส้นเทรนด์​ไลน์​ที่ดีควรมีความชันประมาณ​ 45​ องศา
  • ยิ่งเป็นเทรนด์​ไลน์ที่ลากผ่านราคาหุ้นมานานและสัมผัสกับราคามาก​ ก็ยิ่งมีความสำคัญ​ เมื่อราคาหุ้นนั้นทะลุขึ้นหรือลงไปได้​
  • ตามทฤษฏี​ดาว​ การที่เราจะคอนเฟิร์ม​ว่าราคาหุ้นเบรคทะลุหรือหลุดเทรนไลน์​นั้นจริงๆ​ มั้ย​ ให้ดูที่ราคาปิดใน​Timeframe​ day เพราะราคาอาจจะเขย่าหลุดหลอกหรือเบรคทะลุเส้นเทรนด์ไลน์หลอกได้ภายในแท่งเทียน​ แต่การที่หุ้นยอมปิดที่ราคาซึ่งเบรคหรือหลุดนั้น​ ย่อมแสดงว่า​ เหล่าเทรดเดอร์​และนักลงทุน​ยอมรับในราคานี้​แล้ว
    • ถ้าปิดเหนือจุดเบรคเส้นเทรนด์​ไลน์​ แปลว่า เทรดเดอร์​และนักลงทุน​ยอมถือหุ้นด้วยราคาสูงขึ้นข้ามวัน
    • ถ้าปิดหลุดเส้นเทรนไลน์​ แปลว่า​ เทรดเดอร์​และนักลงทุน​มีมุมมองแง่ลบ​ (เกิด​ bearish sentiment)​ ต่อหุ้นตัวนั้น​ จึงตัดสินใจไม่ลากราคาขึ้น​และปล่อยให้ราคาปิดวันเเบบนั้น

“make it simple” เป็นประโยคที่ใช้ได้ดีเสมอ​ แม้แต่ในวงการเทรดเดอร์​ เราไม่จำเป็นต้องมีอินดิเคเตอร์เทพก็ได้​ เพราะในตลาดหุ้นไม่มีจอกศักดิ์สิทธิ์​(holy grail) อยู่จริง​ แต่ใช้อาวุธ​ที่มีอยู่ให้คล่องมือ​ เส้นตรงธรรมดาก็เป็นดาบที่ลับคมมาอย่างดีและสามารถ​ฟันกำไรในตลาดหุ้นได้นะคะ

ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​