Top down analysis VS Bottom up analysis - supertraderrepublic

Top down analysis VS Bottom up analysis

Top down analysis VS Bottom up analysis

หลังจากที่เราได้เรียนรู้ ถึงงบการเงิน ครบทั้ง3 งบการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ผมจะมาให้พี่ๆได้รู้จัก รูปแบบการมอง ธุรกิจ ที่นักลงทุนสายพื้นฐานเอามองใช้มองภาพใหญ่ และ ภาพย่อย ในการหาบริษัทมาทำการวิเคราะห์ นั่นคือ การวิเคราะห์ แบบ top down และ bottom up      

1.Top down analysis

ถ้าแปลกัน ตามตัว คือ การมองจาก บน ลงไป ล่าง ซึ่งเป็นการมองจาก ภาพใหญ่ ลงไปสู่ ภาพเล็ก

โดย ภาพใหญ่ คือ เราเริ่มดูจาก เศรษฐกิจในระดับ มหภาค เพื่อดู trend ว่าปัจจัยภายนอก ปัจจัยต่างประเทศ มีมุมมองต่อ เศรษฐกิจอย่างไร แนวทางการเติบการเศรษฐกิจเป็นอย่างไรในขณะนั้น

หรืออาจ มองถึง fund flowว่ามีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นหรือไม่  เมื่อเรามองภาพใหญ่ออก เราก็จะพอมีแนวทาง ว่าเราควรทำการบ้านในหุ้นกลุ่มไหน เราจะได้ scope กลุ่มอุตสาหกรรมของหุ้น จะทำให้เราประหยัดเวลามากขึ้น ไม่จำเป็นต้องไป ทำการบ้านหุ้นทั้งตลาดที่มีอยู่มากมาย  และ เจาะลึกต่อลงไป  แล้ว ค่อยไปหา หุ้นที่โดดเด่นหรือมีโอกาสเป็นผู้นำใน อุตสาหกรรมนั้นๆ

2.Bottom up analysis

ถ้าแปลกัน ตามตัว คือ การมองจาก ล่าง ขึ้นไป บน ซึ่งเป็นการมองจาก ภาพเล็ก ขึ้นไปสู่ ภาพใหญ่

วิธีการนี้ คือ การเลือกหุ้นที่เราสนใจมาเลย มาแกะดูรายละเอียดของงบการ ละเจาะลึกไปเลย ว่า บริษัทนี้น่าจะมีโอกาสเป็นผู้นำของอุตสาหรรม ละทำการ valuation ซึ่ง เรามองว่า บริษัท มีโอกกาสทำให้อุตสาหกรรมนั้นเติบโตต่อได้ในอนาคต นักลงทุนที่ใช้ประเภทนี้คือ เราอาจยังมอง ภาพใหญ่มากๆยังไม่ออกเลยเริ่มมองแค่เฉพาะ ธุรกิจที่เราสนใจ ซึ่งน่าจะเหมาะกับผู้เริ่มต้นมากกว่าวิธีแรก เพราะปัจจัย ที่มาเกี่ยวข้องในวิธีนี้น้อยกว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อวิธีแรก

จะเห็นว่าทั้ง 2 วิธีนั้นแตกต่างกัน และมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันออกไป

สำหรับคำแนะนำ สำหรับ ผู้เริ่มต้น อาจลองใช้ Bottom up analysis ส่วน นักลงทุนที่พอมีความรู้แบบมหาภาคและมีประสบการณ์ในการลงทุนพอสมควร อาจเลือกใช้ Top down analysis

  • Pt พูม พิทวัส เกียรติวีรชน