5 นิสัยเสียของนักลงทุนที่ต้องแก้ไข

นิสัยเสียของนักลงทุนที่ต้องแก้ไข
251 Views

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นนั่นคือเรื่องของ “นิสัย” หรือทัศนคติผิดๆที่มีต่อการลงทุน ไปดูกันว่ามีพฤติกรรมใดบ้างและจะแก้ไขด้วยวิธีใด

อยากซื้อหุ้นที่ราคาต่ำที่สุดและขายในราคาแพงที่สุด

    เป็นธรรมดาของนักลงทุนที่ต้องการจะได้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นมากที่สุด ทำให้เกิดทัศนคติว่าจะต้องเข้าซื้อหุ้นในราคาที่ลงมามากที่สุดและรอขายในราคาที่สูงที่สุด

            ในความเป็นจริง ความคิดดังกล่าวเป็นเพียงอุดมคติเท่านั้น เพราะไม่มีใครหรือเครื่องมือทางเทคนิคใดๆที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าจุดต่ำสุดหรือจุดต่ำสุดของหุ้นตัวนั้นอยู่ที่ราคาอะไร (ยกเว้นคนที่เป็นเจ้ามือหุ้นหรือถือครองหุ้นจำนวนมากอาจสามารถทำราคาได้)

     สิ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญเวลาที่จะตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นก็คือความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยใช้เครื่องมือทางเทคนิค เช่น ซื้อในราคาที่ไม่ทำ New Low แล้ว ราคาลงมาแนวรับสำคัญในอดีต หรือซื้อตอนที่ราคากำลังจะเป็นขาขึ้น ส่วนตอนขายอาจใช้เครื่องมืออย่างแนว Fibonacci หรือจุดสูงเดิม เป็นต้น

เห็นว่าหุ้นขึ้นมาเยอะแล้วไม่กล้าซื้อ

เป็นความเข้าใจผิดที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดมักจะคิดไปว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้วและยังไม่ได้ซื้อได้ถือว่า “ตกรถ” ไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง หุ้นที่ขึ้นมาเยอะแล้วก็อาจจะขึ้นไปได้อีกก็เป็นได้ หากหุ้นตัวนั้นยังมีราคา (ค่า P/E ) ไม่แพงมาก ยังมี Growth Story ที่ยังเติบโตได้ หรือกำไรสุทธิยังขยายตัวได้ดี

            ที่สำคัญคือ “กราฟเทคนิค” หากยังเป็นเพียงแค่การ Breakout ออกจากกรอบไซด์เวย์หรือขาลง หรือราคาหุ้นสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้ ในทางเทคนิคยังสามารถซื้อหุ้นตัวนั้นได้ ดังนั้นการที่เราเห็นหุ้นขึ้นมาเยอะมากแล้วในระดับ 100% แต่ถ้าสภาวะตลาดหุ้นยังไปได้ดี เศรษฐกิจเติบโต และกำไรสุทธิของหุ้นตัวนั้นยังเติบโต  การรอให้ราคาหุ้นย่อตัวลงโดยไม่สูญเสียแนวโน้มขาขึ้นและเข้าซื้อเพื่อทำกำไรทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ยังมีโอกาสที่จะเป็นไปได้

เห็นว่าหุ้นลงมาเยอะแล้ว รีบเข้าไปซื้อ

            นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดของนักลงทุน เมื่อเห็นหุ้นดังๆที่มีคนเข้าไปแห่เก็งกำไรกันมากๆในช่วงที่ผ่านมาถูกเทขายอย่างหนัก จะเกิดมีความคิดว่า “หุ้นลงมาเยอะแล้ว คงไม่ลงไปมากกว่านี้แล้ว” และรีบเข้าไปซื้อ จนเกิดอาการ “ช้อนหัก” เพราะหากหุ้นที่เป็นขาลงอย่างเต็มตัวแล้วและยังทำ New Low อย่างต่อเนื่อง ในทางเทคนิคยังไม่ใช่จังหวะเวลาในการเข้าซื้อเพราะจะทำให้เกิดผลขาดทุนต่อเนื่อง แต่หากซื้อด้วยปัจจัยพื้นฐานก็ต้องมั่นใจในเครื่องมือที่เลือกและมองเป็นการลงทุนระยะยาวแทน

ซื้อหุ้นจำนวนมากเต็มพอร์ต

            สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งจะเข้าตลาดหุ้น มักจะมีอาการ “อยากลองของ” ด้วยการซื้อหุ้นจำนวนมาก เพราะต้องการลองวิชาที่ได้เรียนมาหรือฟังจากสื่อต่างๆที่มักจะคอย “เชียร์หุ้น” อยู่เนืองๆ บางคนมีหุ้นอยู่ถึง 20-30 ตัวในพอร์ต บางคนอ้างว่าต้องการกระจายความเสี่ยง

แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่มีหุ้นในพอร์ตมากเกินไปจะทำให้หลุดโฟกัสไม่สามารถติดตามหุ้นในพอร์ตได้ทัน รวมถึงผลตอบแทนที่ได้มาอาจน้อยนิดเพราะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่น้อย อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นจำนวนมาก จึงควรซื้อหุ้นในพอร์ตเท่าที่ตัวเราพอจะโฟกัสอยู่ได้ก็พอ

เล่นหลายโปรดักต์มากเกินไป

            ผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดหุ้นมีหลากหลายให้เลือก ตั้งแต่หุ้นสามัญ วอแรนท์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เก็งกำไรอย่าง DW,TFEX นักลงทุนบางคนไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนอะไรจึงเข้าไปเล่นทุกโปรดักต์ในตลาด โดยที่ไม่รู้ว่าแต่ละสินค้ามีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปสู่ความสับสนและขาดทุนในที่สุด

ความเป็นจริงคือควรลงทุนในโปรดักต์ที่เหมาะสมกับจริตของตัวเองและความเสี่ยงที่รับได้ตลอดจนแนวทางการลงทุนทั้งแนวพื้นฐานและแนวเทคนิค

            หากปรับทัศนคติและแก้ไขนิสัยผิดในการเป็นนักลงทุนนี้ได้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จและอยู่รอดได้ในตลาดหุ้นจะมีมากขึ้นได้ในที่สุด

Monkey money