การเลือกหุ้นด้วยหลักการ CANSLIM

การเลือกหุ้นด้วยหลักการ CANSLIM
516 Views

วันนี้ผมจะมาแชร์วิธีการทำ stock selection ของผมที่ยึดหลักมาจากของ William J. O’Neil  ซึ่งพี่ๆก็น่าจะรู้จัก ถ้าเคยออ่านหนังสือ How to make money in stock

ซึ่งหลักการที่ว่า คือ CANSLIM ถึงเวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่หลักการนี้ก็ยังใช้ได้ดีอยู่ในปัจจุบัน และส่วนตัวผมก็หาWinning stock ตามหลักการของ คุณ โอนีล เช่นกัน

โดย CANSLIM เป็นตัวอักษรย่อตัวอักษร 7 ตัวเพื่อให้จำได้ง่าย

1. C = Current Earnings คือ ผลกำไรของหุ้นของไตรมาสล่าสุด เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีการเติบโตขึ้น มากกว่า 25%

2. A = Annual Earnings คือ กำไรต่อหุ้นเติบโตติดต่อกัน 5 ปี และโตไม่น้อยกว่า 25% ต่อปี ซึ่งข้อนี้ในตลาดหุ้นไทย อาจลดลงเหลือแค่ 3 ปีก็ได้ครับ

3. N = New Product คือ แปลตามตัวเลยครับ ว่าการที่บริษัท ออกผลิตภัณฑ์ หรือ มีการออนไลน์สินค้าหรือปัจจัยใหม่ๆที่จะทำให้บริษัท เติบโตขึ้น รวมถึง การใช้เทคโนโลยีมาช่วย/การมีผู้บริหารใหม่ๆ

4. S = Supply and Demand คือ พูดถึงหลักตามเศรษฐศาสตร์ครับ ว่า หุ้นจะขึ้นได้ควรมีความต้องการซื้อเข้ามามากกว่า ความต้องการขาย โดยเราอาจประยุกต์กับการดู Free float ต่ำได้ครับ

5. L = Leader or laggard คือ เป็นผู้นำหรือ ผู้ตามในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต คำว่าเป็นผู้นำ คือ เป็นผู้นำที่มีการเติบโตทางกำไรโดดเด่นมากกว่าหุ้นตัวอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน และ มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่มากกว่าตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของบริษัท

6. I= Institution คือ หุ้นที่มีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจในการเข้าซื้อ หรือ หุ้นทีมีแนวโน้มว่า นักลงทุนสถาบันจะเข้ามาซื้อ เพราะ เงินของนักลงทุนกลุ่มนี้ค่อนข้างมีนัยยะสำคัญ แต่ก็ไม่ควรมีสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันมากจนเกินไป

7. M = Market Direction คือ สภาวะของตลาดโดยรวม ที่นำข้อนี้เข้ามาเพราะ หลายครั้งต่อให้หุ้นดีขนาดไหนแต่การที่สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย มันก็จะขึ้นยาก เพราะมีปัจจัยลบมากระทบและมักจะมี supply ออกมาค่อนข้างเยอะ

โดยปกติ หลักการ CANSLIM จะใช้ ทั้งปัจจัยพื้นฐานและ เทคนิคคอล ผสมกันในการ เข้าซื้อหุ้น วันนี้ ผมได้นำเสนอ ในด้านพื้นฐานไปแล้ว ใน บทความหน้า ผมจะ มานำ เสนอ ปัจจัยเทคนิคคอล ของ CANSLIM ต่อนะครับ

  • Ptพูม พิทวัส เกียรติวีรชน