Price per earning (PE ratio )

205 Views

เนื่องสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ค่อนข้างโหดร้ายของ ตลาดทั่วโลกรวมถึงตลาดบ้านเรา ผมเขียน บทความสัปดาห์ก่อน set บ้านเรายังอยู่แถว 1350 จุด แต่ เราใช้เวลาแค่อาทิตย์กว่า ปรับตัวลง ด้วย อย่างรุนแรงจนลงไปถึง จุดต่ำสุดแถว 970 จุด นับเป็น การเห็นเลข 3 หลักของผมเช่นกัน ตั้งแต่เข้าตลาดมา  ด้วย เหตุการณ์ circuit breaker ถึง 2 วันติด ในวันที่ 12และ13 มีนาคม 2563 โดยปัจจัยหลักก็ยังเป็น เรื่องของไวรัสcovid-19 ที่ยังควบคุมไม่ได้

เนื่องจาก บทความในสัปดาห์ก่อน มีคนถามเข้ามาเรื่อง อัตรส่วนทางการเงิน ตัวนึงที่ผมเขียนไปใน ค่อนข้างเยอะ คือ PE Ratio หรือ price per earning

ผมขอเริ่มจาก วิธีการคำนวณ

PE = price/eps หรือ ราคา/กำไรต่อหุ้น

โดย eps คือ earning per share กำไรต่อหุ้น วิธีคิด คือ  กำไรสุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นในบริษัท

เช่น บริษัม มีกำไรสุทธิ 2000 บาท มีหุ้นในบริษัท 100 หุ้น 

เราจะได้ กำไรต่อหุ้นคือ 2000/100 = 20 คือ กำไรต่อหุ้นครับ

ผมจะใช้ PE ratio ในการดูความถูกแพงของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับการเติบโต

ค่าของ PE ที่คนทั่วไป เข้าใจส่วนใหญ่ คือหุ้นต้องใช้เวลากี่ปี ในการคืนทุน

เช่น pe 5 เท่า ก็หุ้นต้องใช้เวลา 5ปี ในการคืนทุน

แต่ในความเป็นจริง กำไร รายได้ และราคาของหุ้นไม่ขึ้นเป็นเส้นตรง เราเลย ใช้การประมาณการณ์การกำไรที่โตจากยอดขายมาช่วยด้วยครับ

หุ้นที่ขึ้นไปPe แพงมาก ๆแบบ นี้ เราก็ต้องดูครับ ว่า pe สูงเรายังควรซื้ออยู่รึป่าว เพราะการที่ pe สูงเท่ากับ มีความคาดหวังสูงว่า กำไรจะออกมาดีต่อ ถ้า กำไรไม่ออกมาตามที่นักลงทุนคาด ก็มีโอกาสมีแรงขายออก แบบหุ้นหลายๆตัวในอดีต หรือ pe สูงแล้ว แต่ กำไรทีออกมายังโตต่อ ก็มีจังหวะให้เราเข้าไปเล่นได้เช่นกัน

และ ยังมีการ ประยุกต์ใช้ pe premium คือ นักลงทุนมองว่า หุ้นตัวนั้นมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจที่สูงมาก รวมถึงมี ข้อได้เปรียบเรื่อง 5 force model เช่น กลุ่มโรงพยายาล สำหรับใครยังไม่เข้าใจ ลองกลับไปอ่านที่บทความเก่าๆได้น่ะครับ

สำหรับ หุ้นที่เราต้องการ คือ pe ไม่สูง และ ยังมีการเติบโตของธุรกิจอยู่ เรามีโอกาสได้เห็นหุ้นเติบในอนาคตได้ครับ

ในภาวะแบบนี้เรา เห็นหุ้นดีๆหลายตัวลงมาใน zoneที่ pe ค่อนข้างถูกแล้วนะครับ ลองเอาหลักการนี้ไปทำการบ้านต่อกันดูครับ

  • Pt พูม พิทวัส เกียรติวีรชน