เรื่องโจ๊กที่จะคุมราคาเหล็ก - supertraderrepublic

เรื่องโจ๊กที่จะคุมราคาเหล็ก

เล่นกันโหดเลยทีเดียวกับการทุบหุ้นกลุ่มเหล็กเมื่อวันที่ 27 เม.ย.64 ที่ผ่านมา

จากช่วงเช้าที่พุ่งต่อเนื่องไปกว่า 15% พอเข้าสู่ช่วงบ่ายกลุ่มเหล็กเจอข่าวลบ การประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ เข้าไปดูแลปัญหาราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงเวลานี้ เพื่อลดกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีเหล็กเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งหากไม่เร่งดูแลจะกระทบต่อไปยังปัญหาการจ้างงานในระยะต่อไปได้

ตลาดตีความว่านี่คือการส่งสัญญาณคุมราคาเหล็ก!!!

หุ้นกลุ่มเหล็กโดนเททิ้งกันทันทีจากบวก -15% กลายเป็นติดลบ -10% ก่อนจะมีลดช่วงลบเหลือปิดติดลบ -4%

ผมมองการทุบราคาเหล็กข้างต้นเป็นเพียงแค่เรื่องน่าขำขัน เพราะปัจจัยลบหลักมันไม่ใช่มาจากการคุมราคาเหล็กแน่นอน ทำไมถึงคิดแบบนั้น

คำตอบคือ เพราะราคาเหล็กมันคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะตอนเป็นขาขึ้น หรือตอนขาลง

ราคาเหล็กเป็นสินค้าที่ไทยไม่มีอำนาจใดๆไปควบคุมได้ เราไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตหลักของโลก แม้ว่าอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจะมีขนาดใหญ่  ไทยถูกจัดว่าเป็นผู้นำเข้าเหล็กสุทธิ ซึ่งถือว่าเป็นรายใหญ่ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก แต่เรายังไม่มีโรงหลอมแร่เหล็กและผลิตเหล็กต้นน้ำ ที่ไทยผลิตได้ในปัจจุบันคือ การผลิตขั้นกลางน้ำ คือการนำ ของแข็ง เศษเหล็ก มาหลอมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติและส่วนผสมทางเคมีให้ออกมาเป็นเหล็กกล้า และการผลิตขั้นปลายน้ำ การแปรรูปผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปด้วยกระบวนการต่างๆ เช่น การเคลือบผิว การผลิตท่อเหล็ก การรีดเย็น การรีดร้อน การตีเหล็กเพื่อขึ้นรูป และรวมไปถึงการหล่อเหล็ก เหล็กลวด เหล็กเส้น เหล็กแผ่นเคลือบ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดร้อน-รีดเย็น เป็นต้น

ในเมื่อเราไม่ใช่ผู้ผลิตรายหลักของโลก เราจึงต้องมักประสบกับสภาวะการทุ่มตลาด เมื่อผู้ผลิตจีนมีการผลิตเหล็กต่างๆออกมาเป็นจำนวนมาก และทำการส่งออกไปตีตลาดยังประเทศต่างๆ ราคาเหล็กจึงตกต่ำมาอย่างยาวนานตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อราคาตกต่ำบรรดาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กจึงต้องพบเจอกับความยากลำบากมาโดยตลอด หลายครั้งได้มีการรวมตัวเพื่อไปยื่นขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2562 บรรดา 7 สมาคมยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก ได้รวมตัวกันเข้าพบ รมต.อุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการป้องกันการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากจีน 

ถามว่าทำไมตอนราคาเหล็กตกต่ำ บรรดาผู้ประกอบการไม่เรียกร้องให้รับบาลทำการอุ้มราคาเหล็ก เหมือนอย่างสินค้าเกษตรอื่นๆที่พอราคาตกต่ำก็จะเห็นการแทรกแซงราคาจากรัฐบาลเช่น การประกันราคา หรือการรับจำนำ คำตอบคือทำไม่ได้ เพราะสเกลมันใหญ่มันเกินกว่ารัฐบาลจะเข้าแทรกแซงและหาเงินมารับซื้อสินค้าจากอุปทานส่วนเกินได้

เช่นเดียวกับตอนราคาเหล็กเป็นขาขึ้น นับตั้งแต่ มี.ค.63  ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับพุ่งขึ้นมาแล้วกว่า 250% ถ้านับเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2564 ราคาเหล็กขึ้นมากว่า 80% เข้าไปแล้ว ถ้ารัฐบาลจะเข้าแทรกแซง ด้วยการเข้าไปกดเพดานราคาขั้นต่ำไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ รัฐบาลต้องหาเงินมาจ่ายชดเชยต่ออุปสงค์ส่วนเกิน โดยต้องใช้เงินไม่รู้กี่หมื่นล้านบาท ซึ่งสถานการณ์คลังของรับบาลตอนนี้มีเงินมากมายอะไรขนาดนั้นไหม เอาตามตรงจะไปมีได้อย่างไร ในเมื่อแค่เงินจะใช้เยียวยา รวมไปถึงเงินจัดหาวัคซีนให้กับคนทั้งประเทศก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว

ดังนั้นข่าวเรื่องการคุมราคาเหล็ก จึงเป็นเรื่องโจ๊กใส่ไข่ อย่างแรง

แล้วอะไรที่รัฐบาลสามารถทำได้ ผมคิดว่ารัฐบาลทำได้แค่เพียง การกำหนดมาตรการให้ผู้ประกอบการต้องแจ้ง ต้นทุน ราคา รายละเอียดเกี่ยวกับการนำเข้า รวมไปถึงรายละเอียดการจำหน่าย เหล็กเส้น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ โดยกำหนดเวลาในการแจ้งก่อนที่จะมีการจำหน่ายสินค้า เพื่อเป็นการติดตามราคาสินค้าและป้องกันการกักตุนสินค้า

การกำหนดมาตรการแจ้งต้นทุน ราคาและรายละเอียด ข้างต้น มันไม่ได้สร้างภาระอะไรมากมายให้กับผู้ประกอบการอยู่แล้ว และจะเห็นได้ว่ารัฐบาลทำได้เพียงแค่การออกมาตรการดูแลการค้าให้เป็นธรรม แต่ไม่สามารถจะแทรกแซงราคาได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้การจะทุบราคาหุ้นกลุ่มเหล็ก ด้วยข่าวคุมราคามันจึงเป็นโอกาสำหรับคนที่อยากจะเข้าไปเก็งกำไรในกลุ่มเหล็กอีกครั้ง

การเก็งกำไรในกลุ่มเหล็ก ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Reflation Theme อยู่แล้ว กระแสของเงินเฟ้อเร่งตัวกำลังเกิดขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทุกอย่างล้วนปรับพุ่งขึ้นร้อนแรง พลังงาน ปิโตรเคมี สินค้าเกษตร ธนาคารฯ ล้วนเป็นกลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชนืในสภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวแบบนี้ 

  • ประกิต สิริวัฒนเกตุ