รวมข้อผิดพลาดในการเทรด 2018…(EP.2)

รวมข้อผิดพลาดในการเทรด 2018-2
522 Views

6. มองภาพเล็กไป : เคยเป็นไหมครับ เวลาที่เรามองอะไรบ่อยๆ หรือโฟกัสมันอย่างเดียว สิ่งนั่นจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นรอบข้าง เช่นเวลาเราติดหุ้นเราก็จะจ้องแต่หุ้นนั้นตลอด หรือเวลาที่ SET ลง เราก็จะจ้องแต่ Short TFEX หรือ PUT DW จนบางครั้งเราลืมที่มองว่ามันลงมาเยอะแล้ว ความได้เปรียบก็ลดลงเรื่อยๆ จนอาจจะต้องมองขึ้นแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งวิธีการแก้คือความรอบคอบ…และต้องพยายามมองหลายๆ ภาพ (ตามทฤษฏีดาว เขาแนะนำให้มอง 3 ภาพ หรือพูดง่ายๆ เราอาจเริ่มที่ TF Week , Day และค่อยเป็นนาที) นอกจากนี้ยังต้องมองภาพรวมตลาด ส่วนตัวผมจะมอง SET TFEX และ PTT เพื่อดูภาพรวมในการวางแผนว่าควรเล่นหน้าขึ้น หรือลง ประกอบกับเรื่องเฟสของพี่ดาว เพื่อช่วยให้การเทรดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

7. ไม่กล้ารันกำไร : ข้อนี้ผมมองว่าขึ้นอยู่กับแผนการตั้งแต่ต้นว่าเราเทรดแบบไหน มีโค้ชท่านนึง ชื่อโค้ชเจมส์ (นามสมมุติ) น้องเขาเก่งมากๆ ในการเทรดแบบ scalping คือซื้อแล้วต้องขึ้น..ถ้าไม่ขึ้นเขาขายคืนเลย เวลากำไรส่วนมากกำไร 2-3 ช่องก็ออกแล้ว เล่นวนอยู่อย่างนี้ วันๆ เทรดเป็น 40 ออเดอร์ แต่เขาสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำวัน เป็นหมื่น เดือนๆ กำไรหลายแสน และเป็นแบบนั้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำได้แบบนั้น ต้องฝึกฝนทั้ง skill และ เรื่องของจิตใจ ผมเองก็ทำไม่ได้ ขนาดเคยไม่นั่งข้างๆ กันยังทำไม่ได้เลย ดังนั้นสำหรับผม ผมว่าทางที่ง่ายกว่าคือการโฟกัสหุ้น เลือกแบบเน้นๆ ทำตามแผน และกล้าถือรันกำไร จำไว้ครับว่าถ้าหุ้นมันขึ้น มันจะไม่ใช่ขึ้นแค่ 1-2 ช่องแน่นอน ลงก็เช่นกันกัน…ผมเองก็ต้องฝึก ยอมรับว่าปีที่ผ่านมาผมพลาด big shot ไปหลายครั้งมากๆ ปี 2019 สัญญาจะเอาใหม่ ทำงานให้ละเอียดกว่าเดิม

8. เล่นหุ้นไม่เหมาะสมกับตัวเอง : ข้อนี้ไม่มีใครสามารถบอกแทนคุณได้ เราต้องเลือกเองว่าตัวเองเหมาะกับหุ้นแบบไหน ทั้งนี้มันมีหลายปัจจัย ทั้งด้านความชอบ ทักษะ เรื่องใจ หรือเงื่อนไขด้านเวลา อย่างเช่น เราเป็นพนักงานประจำ ไม่มีเวลาเฝ้าจอ ก็ควรเทรดหุ้นใหญ่ SET100 เป็นหลัก แต่ถึงแม้มีเวลาเฝ้าจอ แต่เราไม่ค่อยชอบ stop หรือ stop ลึก ก็ไม่ควรเล่น หุ้นเล็กหรือ W สำหรับผม ผมชอบเล่น DW เพราะผมชอบเล่นหุ้น SET100 และผมเล่นทั้งขาขึ้นและขาลง โดยหุ้น SET100 ผมคิดว่าผมค่อนข้างเข้าใจมัน และสามารถวางแผนการเล่นกับมันได้ ทั้งนี้สำหรับมือใหม่ผมอยากให้เริ่มจากหุ้น SET100 ก่อนแล้วค่อยไปหั้นนอก SET100 MAI และ W ตามลำดับครับ

9. Over Trade : อันนี้จะเป็นปัญหาด้าน Money Management (MM) คือการวางเงินในการซื้อหุ้นแต่ละครั้ง ทั้งนี้จำไว้เสมอว่าต่อให้เราเก่งแค่ไหน ก็ต้องมี cut loss คือมีวันที่ผิดทาง และถ้าเราไม่มีการวางแผนด้านการวางเงินที่ดี วันที่เราเสียเราจะเสียหายหนัก ถึงแม้เปอร์เซ็นคัทลอสจะเท่าๆ เดิม เพราะครั้งที่เราคัทคือครั้งที่เราซื้อเยอะ วิธีแก้ไขของผมเอง ผมจะถอนเงินออกทุกสัปดาห์เพื่อคุมเงินในพอร์ตไม่ให้มากเกินไปจนเกิดการ over trade และถ้าเทรดมาได้สักระยะ จึงมีการรีบาลานซ์พอร์ตอีกที ว่าจะเพิ่มเงิน หรือลดตามความเหมาะสม…การวางเงินที่ดีจะช่วยให้พอร์ตเราเติบโต

10. เทรดได้ๆ โดนๆ พอร์ตไม่ไปไหน : ข้อนี้ก็เป็นเรื่องต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว อยู่ในส่วนของ Money Management (MM) การที่พอร์ตเราไม่โต ส่วนมากมาจากการวางเงินไม่เหมาะสม เวลาได้ได้น้อย เวลาเสียเสียเยอะ และยิ่งถ้าเราไม่มีแผนการ รีบขาย ขาดวินัย ไม่คัท หรือแม้แต่ไปเล่นหุ้นเล็ก W แล้วหละก็ ไม่ใช่พอร์ตไม่โต แต่พอร์ตจะระเบิดเอาได้ ดังนั้น วิธีแก้สำหรับผม คือถ้าเราเมื่อไหร่ที่ผมเสีย ผมจะเริ่มลดพอร์ต แต่เมื่อไหร่ที่ผมเทรดได้ ผมก็ยังไม่รีบเพิ่มพอร์ตนะ แต่ผมจะเทรดไปสักพักจนมั่นใจและค่อย รีบาลานซ์พอร์ตอีกทีว่าควรเพิ่มเป็นเท่าไหร่

จะเห็นว่าทั้ง 10 ข้อจะวนเวียนอยู่ 3 ส่วนคือ ส่วนแรกสุดคือเรื่องของวิธีการ (ส่วนนี้ให้ความสำคัญแค่ 10-20%) ส่วนที่สองคือเรื่องจิตใจหรือ mindset (ส่วนนี้ให้ความสำคัญ 60-70%) และส่วนสุดท้ายคือเรื่องของ Money Management (ส่วนนี้ให้ความสำคัญ 20-30%) โดยส่วนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่วิธีการแต่เป็น Mindset ดังนั้นสิ่งที่เราต้องโฟกัสคือเรื่องของจิตใจ ผมเองก็จะฝึกให้เยอะในปี 2019

ผมหวังว่าข้อคิดทั้ง 10 ข้อนี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มาก ก็มากที่สุดนะครับ

  • โค้ชรัฐ รัฐพล พิทยาวิริยะกุล เพจ Stock Rookie
Facebook Comments