ตั้ง stop-loss ยังไง ไม่ให้โดนคัทฟรี

ตั้ง stop-loss ยังไง
775 Views

ในตลาดหุ้นทุกวันนี้​ สิ่งที่สำคัญ​ที่จะทำให้พอร์ต​ของเราอยู่รอด​ นอกเหนือจากเทคนิคในการวิเคราะห์​หุ้นแล้ว​ ก็คือเรื่องของ​ “จุดเข้าและจุดออก(entry and exit)” สองเรื่องนี้มีผลต่อผลกำไรและขาดทุนของเรามาก​ เมื่อมีจุดเข้า(entry) ที่สวยงามแล้ว​ ก็ต้องมีจุดออก(exit)​ที่ดีไม่แพ้กันด้วย พูดง่ายๆ​ ว่าถ้าเข้าอย่างราชสีห์​ ก็ควรออกอย่างราชสีห์เช่นเดียวกัน​ และอีกเรื่องหนึ่งที่เทรดเดอร์ไม่ควรจะละเลยก็คือ​เรื่อง​ “stop-loss” หรือการหยุดขาดทุน​ หัวใจของการที่จะประสบความสำเร็จ​อย่างยั่งยืนชนิดที่สามารถทำกำไรอย่างสม่ำเสมอได้​ คือ​ การวางแผน ในทุกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรดหุ้นใดๆ​ ก็ตาม​ เทรดเดอร์​ควรวางแผนเรื่องของจุดเข้า​ จุดออกและจุด stop-loss ไว้อย่างชัดเจน

จริ​งๆ​ แล้ว​ คำว่า​ “stop-loss” ถึงแม้ว่าจะดูน่ากลัวเพราะมีคำว่า​loss รวมอยู่ด้วย​ แต่ไม่ได้มีความหมายในทางที่ไม่ดีค่ะ​ stop-loss คือ​​ การที่เทรดเดอร์​เข้าซื้อหุ้นและมีกำไรประมาณ​นึงแล้ว​ เทรดเดอร์​จึงยกจุดทำกำไรสูงขึ้นเรื่อยๆ​ (trailing stop) แต่หลังจาก​นั้นหุ้นก็หยุดขึ้นเเล้วเริ่มวกกลับมาที่เดิม​ เมื่อมาโดนจุดที่เทรดเดอร์กำหนดให้เป็น​ trailing stop หุ้นตัวนั้นๆ​ ก็จะถูก​ stop-loss หรือหยุดขาดทุน​

ในขณะที่​ cut-loss จะหมายถึง​ การที่เทรดเดอร์​เข้าซื้อหุ้นแต่ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์​ตั้งแต่แรกเลย​ เราจึงต้อง​ cut-loss​ หรือตัดขาดทุน

สรุปง่ายๆ​ ว่า​ถ้าเทรดเดอร์​ stop-loss หรือการหยุดขาดทุน​ เทรดเดอร์​ก็จะขาดทุนแค่กำไร​ แต่ถ้าเป็นการ​ cut-loss​ หรือตัดขาดทุนเเล้วล่ะก็​ ก็คือการขาดทุนจริงๆ​ นั่นเอง​ แต่ในบทความนี้จะขอเรียกรวมๆ​ ว่า​ Stop-loss​ นะคะ

ที่เกริ่นเรื่อง​ Stop-loss​ มา​ เพราะว่าวันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับพฤติกรรมหนึ่งที่เรียกว่า​ “stop-hunting” หรือ​ “การ​ล่า​ stop-loss/cut-loss” ค่ะ​ ถ้าใครที่คัทแล้วชอบเจอหุ้นเด้งใส่หน้าบ่อยๆ​ แสดงว่าเจอ​การstop-hunting เข้าเเล้ว

Stop-hunting​ ก็คือการเขย่าให้โดน​ stop-loss ของเงินใหญ่นั่นเอง​ ลองจินตนาการว่าถ้าเราเป็นนักลงทุน​ที่มีพอร์ต​ใหญ่​ มีอำนาจเงินในมือมาก​ ทางที่เราจะได้หุ้นจำนวนมากในราคาที่ประหยัด​ สิ่งที่เราจะทำก็คือ​ การทำให้หุ้นลงไปถึงจุดที่เป็นแนวรับทางจิตวิทยา​ แนวรับทางtechnical ที่คาดว่าเทรดเดอร์จำนวนมากจะยอมแพ้กันที่จุดนี้​ เพราะถ้าเค้าเขย่าจนหลุดจุดนี้ได้​ ก็จะทำให้​ stop-loss ที่เทรดเดอร์​ทั้งหลาย​ตั้งไว้​ (ทั้งที่ตั้งไว้ในโปรแกรมและทำเองด้วยมือ)​ทำงาน​

จุด​ที่​มักจะโดนกินstop-lossฟรีๆ​ เหล่านี้​ อย่างเช่น

  1. ตัวเลขกลมๆ​ ที่ลงท้ายด้วยเลข​ 0​

เช่น​ เมื่อสัก​ 2 อาทิตย์​ที่ผ่านมา​ tfex​ S50U19​ ลงทำจุดต่ำสุดของวันที่​ 1099.90 ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดที่ราคา​ 1100.4 และเด้งขึ้นอีกในวันต่อมา​ คนที่ตั้ง​ Stop-loss​ เป็นตัวเลขกลมๆ​ ไว้ที่​ 1100.0 ย่อมจะถูกเกี่ยวโดน​ stop-loss และเสียเงินไปฟรีๆ

  • แนวรับ

เป็นแนวที่ใครๆ​ ก็ต่างเห็นกัน​ บ่อยครั้งจึงเกิดการเทให้หลุดแนวรับเพื่อกินstop-loss แล้วค่อยดึงกลับมาปิดยืนเหนือแนวรับ

  • ตั้งที่แนวรับทางจิตวิทยาเป๊ะๆ

ซึ่งมักเป็นจุดเดียวกัน​กับข้อ 1 และ​ 2 ด้วย​ เช่น​ ตั้งไว้ที่​ set 1600​

  • ตั้ง​ stop-loss ตามใจตัวเอง

การตั้ง​ Stop-loss​ แบบนี้ย่อมเกิดผลเสียมากกว่าดีอยู่แล้ว​ ถึงจะไม่โดน​ stop-hunting​ ก็ตาม​ ตัวอย่างการตั้ง​ Stop-loss​ แบบนี้​ เช่น​ การตั้งจำนวนเงินเป็นจุดตัดขาดทุน​

วิธีแก้ไม่ให้โดน​ stop-hunting​ จนต้องถูกผลักออกจากการเทรดนั้นทั้งๆ​ ที่ก็คาดการณ์​ทิศทางถูกแล้ว​ ก็คือการทำตรงกันข้ามกับ​ 4 ข้อข้างบน​ โดยการไม่ตั้ง​ stop-loss เป็นตัวเลขกลมๆ​ เป็นแนวรับที่ใครๆ​ ก็ต่างเห็นพ้องต้องกัน​ การตั้งตรงแนวรับทางจิตวิทยาเป๊ะๆ​ หรือการตั้งตามใจตัวเองนั่นเอง​ เทรดเดอร์​ควรตั้ง​ Stop-loss เผื่อการเขย่า​ เช่น​ ยอมคัทลึกขึ้น​โดยตั้งใต้เเนวรับ​ 2-3​ช่อง​ และพึงระลึกไว้เสมอว่าราคาระหว่างวันมีความผันผวนมาก​ เทรดเดอร์​บางคนจึงเลือกที่จะรอตัดสินใจ​ที่ราคาปิดของแต่ละวันมากกว่า​ ซึ่งวิธีนี้ก็ดีในบางครั้งเพราะจะลดการโดนเขย่าจากความผันผวน​ในวัน​ แต่หากราคาปิดหลุดแนวรับจริงๆ​ ก็ต้องคัทลึกขึ้น

ถึงแม้การต้อง​ stop-loss หรือ​ cut-loss​ จะเป็นเรื่องเจ็บปวดที่เทรดเดอร์​ไม่อยากเจอ​ แต่การรีบแก้ไขความผิดพลาดตั้งเเต่เนิ่นๆ​ เป็นเรื่องที่ดีกว่าการแก้ไขตอนที่เรื่องบานปลายไปแล้วมาก​ เหมือนที่ว่ากันว่ายอมตัดแขนขาเพื่อรักษาชีวิตไงคะ​ ตราบใดที่ยังมีเงิน​ เราก็ยังมีโอกาสอยู่เสมอ​