ค่าเงินกับตลาดหุ้นสัมพันธ์​กันอย่างไร

837 Views

หลายคนที่เล่นหุ้น​ อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญ​กับเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน​หรือค่าเงินเท่าไหร่​นัก​ โดยส่วนตัวแล้ว​มองว่า​ ถ้าเป็นเดย์เทรด​ เล่นรายวันเเละเน้นซื้อ-ขายตามสัญญาณ​ในไทม์เฟรมที่เล็กกว่าไทม์เฟรมวันก็อาจจะไม่มีความจำเป็น​ แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการจะเล่นรอบแบบ​ runtrend การรู้ข้อมูลพวกนี้​ มีประโยชน์​ในการ​ช่วยตัดสินใจ​ เช่น​ เวลาเจอหุ้นที่ลงหนักๆ​ แล้วเด้ง​ หุ้นตัวนี้จะเด้งเพื่อลงต่อ​ หรือ​ จะกลับตัวจริงๆ​ ​ ในกรณีอย่างนี้​ ปัจจัยทางพื้นฐาน​จะเป็นตัวบอกใบ้เรา​ เหมือนกับเวลาที่รถตกภูเขาสูงมา​ เมื่อลงมากระแทกพื้นล่าง​ก็ย่อ​มมีการกระเด้งขึ้น​ระยะหนึ่ง​ แต่รถจะเบรคเพื่อหยุดการลงและกลับตัวไต่เขาขึ้นได้​ แค่ในกรณีที่​ ภายในมีคนขับที่มีสติและมีเชื้อเพลิงมากพอ​ หุ้นก็เป็นอย่างนี้เช่นกัน​ เวลาที่ราคาตกลงเยอะ​ จนเกิดการขายอย่างตื่นตระหนก​(panic sell) ย่อมมีการเด้งขึ้น​ แต่จะเด้งได้ไกลถ้ามีปัจจัยสนับสนุนเป็นโมเมนตัม​ เช่น​ หุ้นที่มีสัดส่วนรายได้จากการนำเข้าสินค้ามาก​ ถ้าเด้งขึ้นในช่วงที่เงินบาทเริ่มมีแนวโน้ม​อ่อนค่าลง​ จะมีแนวโน้มว่าการเด้งดังกล่าว​ จะเป็นการกลับตัวมากกว่าตอนที่เงินบาทยังคงมีทีท่าว่าจะแข็งตัวอย่างต่อเนื่อง

มาลองดูทิศทางของค่าเงินบาทและตลาดหุ้นกันนะคะ​ โดยส่วนนี้เราสามารถ​ดูข้อมูลอัพเดทได้ตลอดที่​แอปพลิเคชัน​ investing.com​ และ​ trading view โดยพิมพ์คำว่า​ USDTHB ซึ่งจะเป็นการเปรียบ​เทียบระหว่างค่าเงินดอลลาร์​ของสหรัฐ​อเมริกาและค่าเงินบาทของไทย

โดยเราจะเรียก​ 3 ตัวอักษร​แรก​ ซึ่งก็คือ​ USD​ เป็น​ สกุลเงินหลัก​ และ​ ตัวอักษร​ 3 ตัวหลังอย่าง​ THB เป็นสกุลเงินรอง

ดังนั้นเวลาที่ USDTHB​ ปรับตัวเพิ่มขึ้น​ ก็จะหมายความว่า สกุลเงินหลัก​ ซึ่งในที่นี้คือ​ USD​ แข็งค่า​ หรือ​ พูดง่ายๆ​ ว่า​ ดอลลาร์​แข็งค่าขึ้นและเงินบาทอ่อนตัวลงนั่นเอง

เช่นเดียวกับเวลาที่​ USDTHB​ ปรับตัวลดลง​ ก็จะหมายความ​ว่า​ สกุลเงินหลัก​ ซึ่งในที่นี้คือ​ USD​ อ่อนลง​ หรือ​ พูดง่ายๆ​ ว่า​ ดอลลาร์​อ่อนค่าลง​ ส่วนเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั่นเอง

จากกราฟ​ จะเห็นได้ว่า​ ​USDTHB มักจะมีทิศทางตรงกันข้ามกับดัชนีตลาดหุ้น​ โดยที่เมื่อ​ USDTHB​ ปรับตัวขึ้นหรือเงินบาทอ่อนค่าลง​ ดัชนี​ SET​ จะปรับตัวลง​ ในขณะที่​เมื่อ​ USDTHB ปรับตัวลงหรือเงินบาทแข็งตัว​ ดัชนี​ SET​ มักจะปรับตัวขึ้น​

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นอย่างนั้น?

เหตุผลที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า​ การที่เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงกว่าเดิม​ จะทำให้นักลงทุน​ต่างชาติ​ได้กำไรจากอัตราเเลกเปลี่ยน​เงินตรา​ ซึ่งถ้าเค้าซื้อหุ้นถูกตัวและได้กำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นเเล้ว​ ก็ยังจะได้กำไรจากอัตราเเลกเปลี่ยนอีกต่อด้วย

สมมุติ​ว่า​ นักลงทุน​ต่างชาติ​เข้าซื้อหุ้นที่ราคา​ 40​ บาท/หุ้น​ เมื่อ​อัตราแลกเปลี่ยน​เท่ากับ​ 40​ บาท/ดอลลาร์​ เค้าสามารถเเลกเป็นเงินในสกุลเงินดอลลาร์ได้​ 1 ดอลลาร์​ ต่อมาเงินบาทเเข็งค่า​ขึ้น​ อัตราเเลกเปลี่ยนกลายเป็น​ 32​ บาท/ดอลลาร์​  แม้ราคาหุ้นที่เค้าซื้อจะคงที่อยู่เหมือนเดิม​ที่​ 40​ บาท/หุ้น​ แต่ถ้านักลงทุน​ต่างชาติ​คนนี้ขายหุ้นดังกล่าว​ในตอนนี้​ จะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินดอลลาร์​ได้มากขึ้นคือ​ 1.25​ ดอลลาร์

สรุปง่ายๆ​ ว่า​ ค่าเงินบาทจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราควรใช้พิจารณา​ร่วม​ สำหรับนักลงทุน​และเทรดเดอร์ที่เน้นถือเล่นรอบ​ เพราะมันสามารถบอกได้ถึง​ fund flow หรือเม็ดเงินของนักลงทุน​ต่างชาติว่าไหลเข้าประเทศ​เราหรือไม่

ณ​ วันที่​ 7​ กรกฎาคม​ 2562​ อัตราแลกเปลี่ยน​อยู่ที่​ 30.77 ต่อ​ 1 ดอลลาร์​สหรัฐ​

ขอพูดถึงเรื่องประโยชน์​ของการที่ค่าเงินบาทเเข็งค่าคร่าวๆ​ นะคะ​ เพราะคงมีคนพูดถึงประเด็นนี้บ่อยแล้ว​ ประโยชน์​ก็อย่างเช่น​ ธุรกิจนำเข้าจะมีกำไรมากขึ้น​ คนไทยจะไปเที่ยวต่างประเทศ​ได้ถูกลง​ เงินทุน(fund flow) จะไหลเข้าประเทศมากขึ้น​ เป็นต้น

มาดูกันดีกว่าว่าปัจจัยที่จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นคืออะไร?

  1. อัตราดอกเบี้ย​ ประเทศไหนที่มีดอกเบี้ยสูง​ เงินจะไหลเข้า
  2. เงินเฟ้อ​ ถ้าประเทศไหนเงินเฟ้อมาก​ ค่าเงินจะอ่อนค่าลง​ เนื่องจาก​ เงินเฟ้อ​ จะไม่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุน​ และเมื่อเกิดเงินเฟ้อแล้ว​รัฐบาลจะออกนโยบายทางการเงินออกมาลดความร้อนแรง​ของเศรษฐกิ​จ
  3. การท่องเที่ยว​ พ่วงกับเรื่องเงินเฟ้อ​ คือถ้าค่าเงินของประเทศมีความเหมาะสม​ ไม่เฟ้อมากเกินไป​ เงินต่างชาติจะไหลเข้า​ เพราะสามารถซื้อสินค้า​ บริการและท่องเที่ยว​ ได้ในราคาที่เหมาะสมนั่นเอง​ เมื่อเงินไหลเข้าประเทศมาก​ ค่าเงินย่อมจะเเข็งค่าขึ้น
  4. ความมีเสถียรภาพ​ทางการเงิน​ ถ้ามีความแข็ง​แกร่ง​ทางการเงินมากๆ​ มีเงินสำรองระหว่างประเทศ​มาก​กว่าหนี้ที่มี​ เงินก็จะแข็งค่า​ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทย​มีทุนสำรองมากที่สุดเป็นอันดับที่​ 12​ ของโลก

จะเห็นได้ว่า​ ปัจจัยมหภาคใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด​ และค่าเงินหรืออัตราการแลกเปลี่ยน​ของแต่ละประเทศก็ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเทรดเดอร์ในตลาดค่าเงิน(forex) เท่านั้น​

Indicators เช่น​ MACD, RSI ในกราฟเทคนิคสามารถบอกได้ถึงความเเข็งแกร่งหรืออ่อนแอในแนวโน้มของหุ้น​ได้ฉันใด​ ค่าเงินและอัตราการแลกเปลี่ยน​เงินตราก็สามารถเป็น​ Indicator ตัวนึงที่สามารถบ่งบอกได้ถึง​เสถียรภาพ​ทางเศรษฐกิจ​ฉันนั้น

ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​