การเลือกตั้งมีผลต่อตลาดหุ้นยังไง​ ตอนที่ 1

การเลือกตั้งมีผลต่อตลาดหุ้นยังไง​
272 Views

การเลือกตั้งที่หลายคนรอคอยได้ผ่านพ้นไปแล้ว​ และผลเลือกตั้งที่ยืดเยื้ออยู่พักนึงก็ได้สรุปผลออกมาในที่สุด​ นายกรัฐมนตรี​คนใหม่อาจจะเป็นที่ชื่นชอบของคนบางกลุ่ม​ และก็คงมีอีกหลายกลุ่มที่เห็นต่าง​ออกไป​ แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุน​ในตลาดหุ้นทุกคนต้องเผชิญ​และน่าจะตั้งคำถามในใจตั้งแต่​รู้​ว่า​จะมีการเลือกตั้งคือ​ “การเลือกตั้งจะมีผลกระทบในทางบวกหรือลบต่อตลาดหุ้นมากมายเเค่ไหน?”

ก่อนที่จะมาเจาะลึกที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นของประเทศไทย​ เรามามองผลกระทบของการเลือกตั้งที่มีต่อตลาดหุ้นทั่วโลกกันก่อนดีกว่า

Markos Katsanos นักวิเคราะห์​ทางเทคนิค​ ผู้เขียนตำราทางเทคนิคอลอันโด่งดังหลายเล่ม​ เช่น​ Intermarket Trading​ strategy ได้ตีพิมพ์เรื่องผลตอบแทนก่อนและหลังการเลือกตั้งของตลาดหุ้นไว้ในบทความเรื่อง​ The effect of elections on stock market return  ในการวิจัยเบื้องต้น​ เขาพบว่าตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทน​ที่ดีที่สุด​ ในประเทศที่เคยปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์​ สังคมนิยม​ หรือ​ ฝั่งซ้ายอื่นๆ​ แต่เมื่อเลือกตั้งเเล้วก็เปลี่ยนระบอบการปกครอง​เเบบฝั่งขวา​

Markosได้ทำวิจัยขั้นที่สอง โดยเน้นทำเฉพาะแค่ตลาดหุ้นของประเทศที่มี ETF* ให้เทรดให้ตลาดหุ้นของสหรัฐอเมริกา เช่น ประเทศบราซิล ประเทศกรีซ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศสและประเทศชิลี เป็นต้น

จากตารางข้างบนแสดงผลตอบแทนของตลาดหุ้นก่อนการเลือกตั้ง(pre-election rally) และหลังการเลือกตั้ง(post-election rally) โดยช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง(pre-election rally duration) ที่ทำการวัดผลเฉลี่ยอยู่ที่ 3.7 เดือน และช่วงเวลาหลังการเลือกตั้ง(post-election rally duration) เฉลี่ยอยู่ที่ 9.4 เดือน และพบผลที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ก่อนการเลือกตั้งเฉลี่ย 3 เดือน ตลาดหุ้นเหล่านี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 18.6%
  • หลังการเลือกตั้งเฉลี่ย 9 เดือน ตลาดหุ้นเหล่านี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 43.5%
  • สรุปแล้วการเลือกตั้งให้ผลตอบแทนในตลาดหุ้นเฉลี่ยสูงถึง 73.5%

ตัวอย่าง 1 ตลาดหุ้น​ BVSP ของประเทศบราซิล​

หากย้อนกลับไปดู​ จะพบว่าผลตอบแทน​ของตลาดหุ้นก่อนการเลือกตั้ง​และหลังการเลือกตั้งอยู่ในระดับกลางๆ​ ค่อนไปทางต่ำ​ เพราะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย​

  • ผลตอบแทน​ก่อนการเลือกตั้ง​(pre-election rally) อยู่ที่​ 12.5%
  • ผลตอบแทน​หลังการเลือกตั้ง​(post-election rally) อยู่ที่​ 17.6%
  • ผลตอบแทน​รวมอยู่ที่​ 32%

แต่ถึงยังไงก็เป็นผลตอบแทน​ที่น่าสนใจไม่น้อย​ เพราะระยะเวลาเพียงไม่ถึง​ 1 ปีดี ก็ให้ผลตอบแทน​สูงถึงขนาดนี้​ ในขณะที่​ค่าเฉลี่ย​ปรกติของตลาดหลักทรัพย์​ไทยหรือ​ SET​ ใน​ 15​ ปี(2004-2018) เพียง​ 7.86% เท่านั้น

ตัวอย่างที่​ 2 ตลาดหุ้น​ATG​ ของประเทศ​กรีซให้ผลตอบแทน​สูงมาก​ โดยมีช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง(pre-election rally) น้อยกว่าประเทศอื่นๆ​

  • ผลตอบแทน​ก่อนการเลือกตั้ง​(pre-election rally) อยู่ที่​ 17. 6%
  • ผลตอบแทน​หลังการเลือกตั้ง(post-election rally) อยู่ที่​ 105.7%
  • ผลตอบแทน​รวมอยู่ที่​ 142%

ตัวอย่างที่​ 3 ตลาดหุ้นBSESN​ ของอินเดีย

ประเทศอินเดียเป็นประเทศ​ที่น่าสนใจมาก​ เพราะไม่มีการเลือกตั้งมานานตั้งแต่ปี​ 1984 แล้ว​ และมีการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบราย​สิบปีครั้งแรกเมื่อวันที่​ 7​ เมษายนถึง​ 12​ พฤษภาคม​ 2014  ซึ่งถือเป็นเวลาการเลือกตั้งที่ยาวนานถึง​ 5 อาทิตย์และประกาศ​สรุปผลการเลือกตั้งในวันที่​ 16​ พฤษภาคม​ 2014

หลังจากที่สรุปผลว่า​ นเรนทระ โมทีชนะการเลือกตั้ง​ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี​คนที่​ 14​ ของอินเดีย​ ตลาดหุ้น​ BSESN ก็ทะยานขึ้นถึง​ 6% หรือ​ 1,500 จุดใน​ 3 วัน

ถึงแม้ผลตอบแทน​โดยรวมของตลาดหุ้นที่มีต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้จะไม่มากนัก(47%)

แต่หากพิจารณา​จากกราฟรายเดือนของตลาดหุ้น​ BSESN​ จะพบว่า​ ดัชนีเบรคแนวต้านได้​ในช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง​ และเริ่มพุ่งทะยานขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภา​คม​ 2014 ซึ่งตรงกับตอนที่ประกาศ​ผลเลือกตั้งพอดิบพอดี​

อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถชี้วัดความเเข็ง​แกร่งทางเศรษฐกิจ​ของประเทศได้คือ​ ค่าเงิน​ ซึ่งหลังจากที่​ประกาศผลเลือกตั้ง​ออกมา​ ค่าเงินรูปีของอินเดียก็เบรคขึ้นทำ​จุดสูงสุด​ในรอบ​ 11​ เดือน

เรื่องสุดท้ายที่จะพูดถึงก่อนที่จะปิดประเด็นผลของการเลือกตั้งที่มีต่อตลาดหุ้น​ ตอนที่​ 1 นี้คือ​ ค่าเงินหรืออัตราการแลกเปลี่ยนของประเทศต่างๆ​

จากตารางจะเห็นได้ว่า​ หลังจาก​การเลือกตั้ง​ ค่าเงินของแทบทุกประเทศแข็งขึ้น​ ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นเเละอาร์เจนติน่า​ ซึ่งมีปัจจัยภายในเฉพาะตัว​ ซึ่งคือแรงกดดันจากนโยบายการเงินของญี่ปุ่น​ และการที่ประธานาธิบดี​คนใหม่ของอาร์เจนติน่าประกาศลอยตัวค่าเงิน​ของประเทศ​ ด้วยเหตุผลที่ต้องการดึงดูดเม็ดเงินให้เข้ามา​ลงทุน​และลดภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศ​ของเขา

บทความตอนที่​ 1 นี้จะเน้นไปที่ตลาดหุ้นรอบโลกก่อน​ ส่วนในตอนที่​ 2 เราจะจำกัดวงเเคบมาที่ตลาดหุ้นของไทยเราและวิธีการในการเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้นช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง​ ถึงแม้ประเทศไทย​เราจะไม่ได้มีการเลือกตั้ง​เกิดขึ้น​บ่อยๆ​ แต่เราสามารถเอาความรู้​เรื่องนี้ไปใช้เก็งกำไรเข้าซื้อ​ ETF* หรือค่าเงินของต่างประเทศได้​ด้วยนะคะ​

ในวิกฤติ​มีโอกาสเสมอ​ และในโอกาสก็ย่อมมีโอกาสที่ดีที่สุดเสมอ​ มามองหาเพชรน้ำงามที่สุดในบ่อพลอยกันเถอะค่ะ

*ETF คือ​ Exchange traded fund เป็นกองทุนเปิดที่เราสามารถ​ซื้อ-ขายได้ในตลาดหุ้น

ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​

Facebook Comments