Divergence จะส่งผลต่อหุ้นมากและนานแค่ไหน

Divergence จะส่งผลต่อหุ้นมากและนานแค่ไหน
914 Views

เทรดเดอร์​สายเทคนิคอลทุกคนคงเคยได้เรียนรู้เรื่องการเกิด​Divergence​หรือความขัดแย้งของราคามาเเล้ว​ ฉะนั้นขอเท้าความเพียงถึงคอนเซปของเค้าคร่าวๆ​ นะคะ

Divergence คือ​ ความขัดแย้งของราคากับ​ oscillator เช่น​ MACD, RSI, STOCHASTIC เป็นสัญญาณ​เตือนอย่างหนึ่ง​ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เดี่ยวๆ​ บอกสัญญาณ​ซื้อ/ขายได้​ แต่จะใช้เป็นสัญญาณ​สนับสนุนหรือเป็นกองหลังของสัญญาณ​อื่นๆ​ เท่านั้น​ Divergence​ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด​ 2 ประเภทใหญ่ๆ​ คือ

  • Bullish Divergence​ คือการที่ราคาของหุ้นขึ้นทำ​ new low แต่​ Oscillator ไม่ทำ​ new low ตาม​ เป็นสัญญาณ​เตือนว่าโมเมนตัมของหุ้นมีความเเข็งแกร่ง​ นอกจากนี้​ยังมี Hidden Bullish Divergence​ ซึ่งมักเกิดบ่อยใน​ Timeframe​ ย่อยและชอบเกิดขึ้น​ตอนที่หุ้นหรือดัชนีนั้นๆ​ พักตัว เรามักเรียก​ Divergence​ แบบนี้ง่ายๆ​ ว่า​ “กระทิงมา” หรือ​ “มีไดทิง”
  • Bearish Divergence คือการที่ราคาของหุ้นลงทำ​ new high แต่​ Oscillator ไม่ทำ​ new high ด้วย​ เป็นสัญญาณเตือนว่า​ โมเมนตัมของหุ้นหรือดัชนีนั้นๆ​ อ่อนแรง​และไม่เห็นด้วยกับราคาของหุ้นที่ดีดตัวขึ้น​ นอกจากนี้​ยังมี Hidden Bearish Divergence​ ได้เช่นกัน​ ซึ่งมักจะเกิดขึ้น​บ่อยใน​Timeframe​ย่อย​ และมักเกิดขึ้นตอนที่หุ้นหรือดัชนีนั้นๆ​ พักตัว​ เรามักเรียก​Divergence​ชนิดนี้ว่า​ “มีหมี” หรือ​ “มีไดหมี”

หลายคนอาจจะสับสน​​ว่าต้องใช้จุดไหนเป็นจุดอ้างอิงในการดูว่าเกิด​ Divergence​ หรือไม่​ ขอสรุปง่ายๆ​ ว่า​ เราจะพิจารณา​ว่าเกิด​ Bullish Divergence​ จาก​ “ก้น” ส่วน​ Bearish Divergence​ จะพิจารณา​จาก​ “หัว”

ตัวอย่างที่​ 1 Bullish Divergence​ ที่เกิดในหุ้น​ GPSC Timeframe​ day
ตัวอย่างที่​ 2 Bearish Divergence​ ที่เกิเในหุ้น​JAS Timeframe​ day

ส่วนที่ผ่านมาเป็นคอนเซปพื้นฐาน​ของ​Divergence​ ที่เมื่อหลายคนเห็นแล้วว่าเกิดDivergenceชนิดไหน​ คำถามที่มักจะตามมาคือ​ Divergence​ที่เกิดนี้จะมีอิทธิพล​ทำให้ราคาเป็นไปตามทิศทางที่หมีหรือกระทิงนั้นแอบซ่อนอยู่มากแค่ไหนและนานแค่ไหน?

เมื่อเกิดDivergenceแล้ว​ หมีหรือกระทิงที่ซ่อนอยู่จะทำให้ราคาพุ่งขึ้นหรือลงแค่ไหน?

1. Divergence​ นั้นเกิดขึ้น​ในTimeframeอะไร​ ถ้าเป็นTimeframe เล็ก​ เช่น​ ถ้าเกิดDivergence ในTimeframe​ 15​ นาทีก็จะมีอิทธิพลต่อราคาหุ้นน้อยกว่าDivergence ที่เกิดขึ้น​ใน​Timeframe​ day เป็นต้น

ข้อสังเกต: สัญญาณ​ซื้อ/ขายหรือ​ Divergence​ ที่เกิดใน​ Timeframe​ intraday มักจะมี​ “noise” หรือสัญญาณ​รบกวน​ ซึ่งบ่อยครั้งมักจะเป็นสัญญาณ​หลอก​ หรือบางทีก็ไม่หลอก​ แต่จะให้สัญญาณ​บ่อยมากๆ​ จนได้กำไรเพียงเเค่​ 2-3​ ช่อง​ ซึ่งถ้าเทรดตามก็อาจเปลืองค่าคอมมิสชั่นมาก​ เทรดเดอร์​ระดับตำนานหลายคนจึงไม่ให้ความสำ​คัญ​กับสัญญาณ​ที่เกิดในTimeframe ย่อยเหล่านี้เลย​

2. Divergence​ ที่เกิดขึ้น​มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน​ ในข้อนี้ขอเน้นที่การดูDivergenceโดยการใช้ MACD​ HISTOGRAM ซึ่งสามารถเห็นได้ชัด​เจนจากส่วนของHISTOGRAM ที่จะขอเปรียบเทียบ​ว่าเป็นภูเขา

2.1. ดูความแตกต่างของภูเขา​ 2 ลูก

  • ถ้ามีความเเตกต่างของ​ MACD​ HISTOGRAM มาก​ อิทธิฤทธิ์​ของหมีหรือกระทิงที่ซ่อนอยู่ก็จะ​มาก
  • ถ้ามีความเเตกต่างของ​ MACD​ HISTOGRAM น้อย​ อิทธิฤทธิ์​ของหมีหรือกระทิงที่ซ่อนอยู่ก็จะน้อย

2.2. เป็นภูเขาลูกเดียวกันหรือคนละลูก ขอสมมติ​ว่าเกิด​ Bearish Divergence​

ถ้าเกิดBearish Divergence​ Oscillator ซึ่งในที่นี้ขอเลือกใช้MACD ทำยอดเตี้ยลงแต่เป็นภูเขาลูกเดียวกันอยู่ (MACDยังไม่มุดลงน้ำ​ และเพิ่มขึ้นอีกครั้ง​ แต่ทำยอดต่ำลงกว่าเดิม)​ แสดงว่า​ Bearish Divergence​ นี้ไม่รุนเเรงมาก

ในทางกลับกัน​ ถ้าเกิดBearish Divergence​ของราคากับ MACD​ แต่MACDมุดลงน้ำ(มีค่าน้อยกว่า0)​และกลับขึ้นมาใหม่​ แต่ทำยอดเตี้ยลงจากเดิม​ จะถือว่าเป็นDivergenceที่เกิดในภูเขาคนละลูก​ และจะมีความรุนเเรงกว่า

ตัวอย่างที่​ 3 Bearish Divergence​ที่เกิดในหุ้น​ KTC Timeframe​ day​ เป็น​ Divergence​ แบบภูเขาคนละลูก​
  • ผลของDivergenceที่เกิดขึ้นจะยาวนานเเค่ไหน

 ผลของDivergenceไม่ได้คงอยู่ตลอดไป​ โดยทั่วไปแล้ว​ Divergence​ ที่เกิดขึ้น​จะมีผลยาวนานเท่ากับช่วงเวลาที่เกิดDivergenceนั้นๆ​ อธิบายง่ายๆ​ ว่า​หากเกิดDivergenceด้วยระยะ​ 5 แท่งเทียน​ ผลของDivergenceนั้นก็จะดำเนินต่อไป​ประมาณ​ 5 แท่งเทียนเช่นเดียวกัน​ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเรามักจะทำกำไรไม่ได้เป็นกอบเป็นกำนัก​ หากเทรดตาม Divergence​ ใน​Timeframeเล็ก​ เช่น​ เกิด Divergence​ ใน​Timeframe​15​ เป็นระยะ​ 10 แท่งเทียน​ ผลของ​Divergence​นี้ก็จะคงอยู่สั้นๆ​ เพียงเเค่​ 10 แท่งเทียน​ ซึ่งคิดเป็น​ 150​ นาทีเท่านั้น

ตัวอย่างที่​ 4 Bullish Divergence​ ที่เกิดในหุ้นGPSC Timeframe​ day  ผลของDivergence(ลูกศรสีชมพู)​ นานพอๆ​ กับระยะเวลาในการเกิด(ลูกศรสีส้ม)

​ขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าซื้อ/ขายเพียงเพราะสัญญาณ​divergenceเท่านั้น​ เพราะบ่อยครั้งกว่าจะลงได้​ หุ้นที่เเข็งแกร่งบางตัวก็ต้องเกิดdivergence ถึง​ 2-3​ ครั้ง​ และบางที​ Divergence​ ที่สวนแนวโน้ม​หลักก็จะเป็นโอกาสทองของเราในการซื้อหุ้นเมื่อย่อ(buy on dip หรือ​ buy on retracement) มากกว่าที่จะทำการเปิดสถานะตรงกันข้าม​ ปล่อยตัวให้ลอยไปตามกระแสน้ำหลัก​ นอกจากจะไม่เปลืองแรงเเล้ว​ ยังไปได้ไกลอีกด้วย

  • ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​