ซื้อหุ้นตอนวิกฤติ

1,079 Views

เนื่องด้วยสภาวะตลาดหุ้นที่ย่ำแย่ ตลอดระยะเวลาที่ ไวรัส covid-19 เริ่มระบาดน่ะครับ จะเห็นว่าดัชนีทั่วโลกปรับตัวลงค่อนข้างรวดเร็ว จนเรียกได้ว่า แทบเข้าขั้น crisis ก็ว่าได้ จนเมื่อคืนที่ผ่าน fed มีการปรับลดดอกเบี้ยถึง 50 basis point ซึ่งค่อนข้างเยอะนับแต่วิกฤต hamburger crisis

นักลงทุนที่ ทำตามวินัยตัดขาดทุนเมื่อรักษาเงินต้น ก็จะไม่เจ็บตัวหนักครับ และ ยังมีเงินสดเหลือไว้ซื้อหุ้นเมื่อราคาหุ้นต่ำกว่า มูลค่าที่แท้จริงมากๆ แบบนี้จะทำให้พี่ๆได้ซื้อหุ้นที่ราคาถูกและเป็นหุ้นที่ดี เนื่องจากในยามที่ตลาดหุ้นลงแรงๆแบบนี้ หุ้นจะมีแรงขายค่อนข้างมาก คือ มี supply > demand เพราะความกลัวของนักลงทุนหลายฝ่าย ทั้งต่างชาติ กองทุน รวมถึงนักลงทุนรายย่อย ทำให้มีแรงขายออกเนื่องจากความหวาดระแวง

ทำให้หุ้นในตลาดถึงเป็นหุ้นชั้นดีขนาดไหน ก็มีมีแรงขายออกแบบเหมาเข่ง ถึงแม้การลงของตลาดไม่ได้กระทบกับปัจจัยพื้นฐานเลย

หลังจากผมเคยเขียนเรื่อง Five force model ไว้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วันนี้ผมเริ่มจับตาหุ้นที่มีความแข็งแกร่งทางด้าน ปัจจัยภายนอก ว่ามีตัวอะไรบ้าง

1.CPALL

นับเป็นหุ้นค้าปลีกเบอร์ 1 ของประเทศไทย ถ้าเรามองใน TF month เรายังมองเป็นขาขึ้นอยู่เลยนะครบ และ  PE ลงมา ถึง zone 25 เท่า ซึ่งเป็น แนวราคาที่ค่อนข้างถูก ครับ สำหรับหุ้นที่นักลงทุนให้ pe premium ระดับ cpall นอกจากนี้ยังมี ความแข็งแกร่ง การคุกคามของผู้แข่งรายใหม่ เพราะ ด้วย ขนาดของ cpall ทำให้คู่แข่งที่จะเข้ามาแข่งด้วยทำได้ยากมาก แถมยังมี economy of scale ด้วย/ อำนาจการต่อรองของsupplier  สามารถต่อรองกับ supplier ได้ง่าย เพราะ ถ้าเข้าไปดูในวงจรเงินสดของ cpall ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า ประมาณะ 70 วัน แต่ ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 1วัน กล่าวคือ เอาของเข้าหนี้มาก่อน และค่อยจ่ายเงินภายใน 70 วัน แต่ ของที่เอามาสามารถ ขายได้เลย ต่ยังมีประเด็นกังวล คือ เรื่องการจะประมูล Tesco แข่งกับ BJC ว่าใครจะได้ไปก็ต้องติดตามกันต่อครับ

2.BDMS

 นับเป็น hospital chain อันดับ 1 ของเมืองไทยครับ  โดย ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบี เอ็น เอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้เครือข่ายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น

และ  PE ลงมา ถึง zone 23 เท่า ซึ่งเป็น แนวราคาที่ค่อนข้างถูก ครับ หรือ รอซัก PE แถวๆ 20 เท่า สำหรับหุ้นที่นักลงทุนให้ pe premium ระดับ bdms และมีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะ ด้านอำนาจต่อรองของลูกค้า  เพราะ ถ้าเรามองง่ายๆเวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วย หรือแม้กระทั่งมีเชื้อ covid เราไม่สามารถขอต่อรองราคาจากโรงพยาบาลได้เลย คือ เราต้องจ่ายเต็มเท่านั้น ทำให้นักลงทุน pe premium แก่กลุ่ม โรงพยาบาลครับ แต่กว่าจะเห็น pe ลงมาแถวนี้ก็นับว่า ค่อนข้างน่าเอามาทำการบ้านต่อครับ

3.HMPRO

ธุรกิจค้าปลีก โดยจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ตกแต่ง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคาร บ้าน และที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร ถ้าเทียบกับคู่แข่ง แบบ global  และ dohome  นับว่าขนาดและความแข็งแกร่งของธุรกิจ ยังเหนือกว่ามาก แถมยังได้ค่าเช่าถูก เนื่องจากดึงดูด ให้คนเดินห้างมากขึ้น และ ยังมีส่วนทีสร้างสาขาแยกเป็นของตนเอง ซึ่งทำให้ ธุรกิจโตได้เรื่อยๆ

ในเชิง technical ใน tf month ยังมีความแข็งแกร่งของความเป็น uptrend อยู่ด้วย ในระดับ pe 25 เท่าของ Hmpro นับว่า ราคานี้ค่อนข้าง undervalue  และยังมีรายได้ กำไรที่โตได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ

4.BAM JMT

ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ โดยซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน หรือบริษัทต่างๆ และนำมาบริหารจัดเก็บหนี้ พูดง่ายเป็นธุรกิจนำหนี้เสียมาบริหาร เช่น ซื้อมาในราคาที่ถูกมากและ ขายในราคาปกติ ซื้อขายได้ในราคาที่ค่อนข้างสูงทำให้ margin ค่อนข้างสูง

4.1 เริ่มที่ Bam เป็นหุ้น IPO ที่ pe อยู่ประมาณ 10 เท่า แต่ดูจาก business model น่าจะไปได้อีกไกลครับ ทาง technical รอ สร้าง base ก่อนค่อยเทรดก็ได้ครับ

4.2 ส่วนตัวรอง อย่าง Jmt มองในถาพใหญ่ยังมีความเป็น uptrend ได้ ถ้ามองจากงบการเงินการโตของรายได้และกำไรค่อนข้างสูง pe ในzone ต่ำกว่า 20 ถือว่าค่อนข้างถูกมากครับ

5.AOT

ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยธุรกิจหลักประกอบด้วย การจัดการ การดำเนินงาน และการพัฒนาท่าอากาศยาน 

นับเป็นหุ้นที่มีความเป็น monopoly สูง และเวลาเจอวิกฤตนั้นเค้ากลับมาได้เสมอๆๆ แต่รอบนี้หุ้นลงมาถึง pe ประมาณ 28 เท่า แต่ รอบก่อนก็ได้ครับ ได้ pe ต่ำกว่า 25 นี่ ค่อยเริ่มสะสมครับ

สำหรับ technical ยัง มีความเป็น uptrend  อาจใช้แนว ema 50 ใน tf month เป็นข่วงทะยอยสะสมครับ

แต่สำหรับตัวนี้ตอนนี้ โดน covid19 กระทบเต็มๆ และ มีการลดค่าเช่าให้ผู้เช่าสำหรับร้านในสนามบิน แบบนี้ ก็น่าเป็นห่วงเพราะ ค่าเช่าก็เป็นรายได้ที่มีนัยยสำคัญสำหรับ Aot เช่นกัน

สำหรับในเชิง พื้นฐาน ถ้าไม่รีบให้รอ ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมา หรือเจอ vaccine นี่รักษา covid ได้ ค่อยเข้าซื้อตอนนั้นก็ไม่สายครับ

  • PT พูม พิทวัส เกียรติวีรชน