เปลี่ยนความรู้ให้เป็นทักษะ….ใน การเทรด หุ้น

90 Views

การเทรด หุ้น หรือการลงทุน สำหรับผมก็เหมือนเป็นงาน หรือ เป็นอาชีพๆหนึ่ง ดังนั้นสิ่งจำเป็นที่เทรดเดอร์ควรจะมีก็จะเริ่มตั้งแต่การศึกษาหาความรู้ หลักๆ ก็จะแบ่งเป็น 2 ด้านคือ

1. ด้านการวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ การแกะงบ การวิเคราะห์นโยบาย และ วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และ การประเมินมูลค่าหุ้น

2. ด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือทางกราฟ ได้แก่ การศึกษาการใช้กราฟ กาวิเคราะห์เทรน การใช้งานเครื่องมือต่างๆ รวมไปถึงการวางแผนใน การเทรด หรือที่เราเรียกกันว่า หน้าเทรด (Trade Setup)

ซึ่งเราสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ จากหลายๆ แหล่งความรู้ ทั้งการอ่านหนังสือ การฟังใน Youtube  Facebook หรือ แม้แต่การลงคอร์สเรียนกับ เทรดเดอร์ผู้ที่มีประสบการณ์ ทั้งหลาย

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการเรียนรู้ คือ การการนำไปฝึก ไปพัฒนาให้เกิดเป็นทักษะ ความชำนาญ และ การรู้จักการพลิกแพลงแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า เพราะในสนามการเทรดจริงไม่มีอะไรที่ 100% ทุกอย่าง เราเทรดอยู่บนความน่าจะเป็น ผมชอบเปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเราต้องการจะขับรถ ต่อให้เราดูคลิป VDO แนะนำวิธีการขับรถโดย มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน หรือ แม้กระทั้งให้มาแนะนำที่รถเลย เราก็ยังขับรถไม่ได้อยู่ดี สิ่งที่เราต้องทำคือเริ่มจากการนำความรู้ที่ได้เรียนมา มาทดลองทำก่อน….โดยขั้นแรกก็คงเป็นการทดลองขับในที่โล่ง ให้เกิดความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ก่อน แล้วจึงค่อยลงขับบนถนนจริง และ ขับถนนใหญ่ ออกต่างจังหวัดได้ การเทรดก็เช่นเดียวกัน

เทรดเดอร์ที่ดีต้องเริ่มจากนำความรู้ที่ได้มาศึกษาให้เข้าใจ และทดลองใช้ให้เกิดความชำนาญก่อน จึงลงสนามจริง โดยวันนี้ผมมีวิธีการฝึกให้เกิดความชำนาญสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่มาแนะนำ ดังนี้

ขั้นตอนการเปลี่ยนความรู้….ให้เป็นทักษะใน การเทรด หุ้นมือใหม่ของผม

  1. การฝึกพิจารณาเทรน : โดยการเปิดกราฟหุ้น 100 ตัว และลากเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ขึ้น-ลง ของแท่งเทียน โดยผมจะใช้ใน Time Frame Day เป็นหลัก และดูข้อมูลย้อนหลังเป็นระยะเวลา 2 ปี สำหรับการพิจารณา ผมจะฝึกมองเป็น 3 ภาพ คือภาพใหญ่ (Primary Trend) โดยมองภาพรวมของทั้ง 2 ปีว่าหุ้นตัวนั้น เป็นเทรน ขาขึ้น/ขาลง/ไม่มีทิศทาง, ภาพรอง (Secondary Trend) โดยมองระยะเวลาประมาณ 3-6  เดือน เพื่อมองว่าหุ้นตัวนี้เป็นเทรนอะไร และสุดท้าย ภาพเล็ก (Minor Trend) โดยมองระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อมองว่าหุ้นตัวนั้นเป็นเทรนอะไร : การฝึกการพิจาณาเทรนจะช่วยให้เรารู้จักสังเกต การมองภาพรวมและภาพย่อย ซึ่งเราจะใช้ในการเลือกหุ้น และวางแผนต่อไป นอกจากนี้เรายังได้ทำความรู้จักกับหุ้นถึง 100 ตัว (ปกติแล้วผมจะให้ฝึกจากหุ้นใน SET100 ก่อน) รวมถึงฝึกการใช้โปรแกรมในการเปิดกราฟให้คล่องขึ้นด้วย
  2. ฝึกการลากเส้นแนวรับ-ต้าน : สำหรับมือใหม่ผมจะให้เริ่มจากเส้นนอน (Horizontal Line) โดยเราจะใช้จุดสูงสุด และต่ำสุด (High-Low) ของแต่ละแนวการขึ้น-ลงของแท่งเทียน โดยอาจจะใช้ตัวเนื้อเทียน หรือไส้เทียนตามความเหมาะสม  โดยแนวรับ-ต้านที่ดีเมื่อลากแล้วควรสัมผัสกับจุดสูงสุด-ต่ำสุด หลายๆ จุด เมื่อเราลากเส้นแนวรับ-ต้านในกราฟ จะมีลักษณะคล้ายเส้นบรรทัด โดยผมจะให้แบ่งเป็น แนวรับ-ต้านหลัก และแนวรับ-ต้านรอง จำนวน 100 หุ้น : การฝึกนี้จะช่วยให้เทรดเดอร์รู้จักพิจาณากรอบ การเทรด ฝึกการลากเส้น และยังสัมพันธ์กับการพิจารณาเทรนอีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการใช้สำหรับการวางแผนการเทรด และกำหน้าหน้าเทรด (Trade Setup) ต่อไป
  3. ฝึกการพิจารณา Price Pattern & Volume : โดยจะให้พิจารณา Reversal Pattern ที่บริเวณแนวรับต่างๆ เช่น Morning Star, Hammer, Double Bottom , Inverse Head and Shoulder เป็นต้น พร้อมกับการสังเกต Volume การซื้อขาย เพื่อดูอารมณ์การซื้อ-ขาย และใช้เพื่อเป็นจุดในการเข้าซื้อหุ้นตัวนั้นๆ ต่อไป
  4. ฝึกการวางแผนเทรด (Trading Plan) : โดยจะกำหนดแผนตามหัวข้อดังนี้
    1. จุดเข้าซื้อ (Entry)
    2. จุดตัดขาดทุน (Stop Loss)
    3. จุดทำกำไร (Take Profit)
    4. Reward to Risk Ratio : ควรจะมากกว่า 3 เท่า
    5. จำนวนหุ้นที่จะซื้อ
  5. ติดตามแผนที่วางไว้ : สำหรับมือใหม่ผมจะแนะนำให้เลือกหุ้นที่สนใจ มา 3-5 ตัว จากนั้นให้ติดตามอาการของหุ้นตัวนั้นๆ เป็นระยะเวลา 20 วัน หรือ 20 แท่งเทียนใน Time Frame Day (1 เดือน) โดยให้ทำเสมือนเทรดหุ้นตัวนั้นจริง การติดตามจะให้ค่อยๆ ดู และ update สถานการณ์ของหุ้นที่เราวางแผน และ มีการปรับเปลี่ยนแผนการตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในแต่ละวันสิ่งที่เราต้องทำการจดบันทึก คืออาการของหุ้นตัวนั้น และ การ action จากสิ่งที่เห็น เช่น เข้าซื้อหรือยัง….ซื้อแล้วขายหรือยัง….ขายแบบทำกำไรหรือตัดขาดทุน หรือรอดูก่อนเพราะยังไม่ถึงแนวรับ หรือยังไม่เกิดลักษณะกลับตัว : จากข้อนี้ถ้าหากเราติดตามหุ้นและรู้จักสังเกตบ่อยๆ จะเป็นที่มาของหน้าเทรด (Trade Setup) ของเราเอง

ทั้ง 5 ขั้นตอนคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาให้เกิดเป็นทักษะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ หรือมือเก่าที่ต้องฝึกฝนให้เกิดเป็นความชำนาญ ก่อนลงสนามเทรดจริง สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ใจร้อน วางแผนทุกครั้ง รู้จักสังเกต และโฟกัสในแผนที่เราทำอย่างตั้งใจ จะทำให้ การเทรด หุ้นของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอนครับ

#โค้ชรัฐ : Stock Rookie

Facebook Comments