callหุ้นที่ค่า​ PE​ ต่ำและ​ put หุ้นที่ค่า​ PE​ สูง

712 Views

คำถามที่ว่า​ เป็นเทรดเดอร์แบบTechnicalควรดู​ P/E​ หรือเปล่าคงเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยกัน​ ขอเกริ่นนำสำหรับคนที่ยังไม่รู้​จักนะคะ​ว่า​ค่า​ P/E​ คืออะไร

P/E ratio คืออัตราส่วนของราคา(price)​หารด้วยผลกำไรที่บริษัท​นั้นๆ​ ทำได้(earning) อัตราส่วนตรงนี้เป็นตัวบอกว่าถ้าเราซื้อหุ้นไปในราคานี้​ จะใช้เวลาคืนทุนกี่ปี​ เช่น​ มีค่า​ P/E​ เท่ากับ​ 10 ถ้าเราเข้าซื้อหุ้นในตอนนี้​ จะคุ้มเงินที่ลงทุนไปในอีก 10 ปี​ เป็นต้น

ซึ่งจะมีรายงานค่า​ P/E อยู่ในส่วนของงบการเงินทุกไตรมาส​และสามารถดูได้ตลอดเวลาตรงมุมด้านซ้ายแถวล่างๆ​ หน่อยในส่วนที่แสดงราคาหุ้น

“ในเมื่อมันดูเป็นเรื่องของสาย​พื้นฐาน​ ​(fundamental Analysis) อย่างนี้ทำไมถึงมาเป็นประเด็นสำหรับเทรดเดอร์สาย​เทคนิคอล(Technical​ Analysis​) ล่ะ?”

เพราะในเวลาเทรดจริงๆ​ มักจะได้เห็นเทรดเดอร์​สาย​ Technical​ ให้เหตุผลว่าหุ้นตัวนี้น่า​ Short​ หรือ​ Put เนื่องจากมีค่า​ P/E​ ที่สูงค่ะ​ P/E​ เป็นอัตราส่วนที่บอกว่าเราจะคุ้มทุนในเวลากี่ปี​ แต่สำหรับสายTechnicalแล้ว​ P/E​ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความคาดหวังของนักลงทุน​ที่มีต่อหุ้นในเวลานั้น​ จัดเป็น​อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกอารมณ์​ของนักลงทุน​ในตลาด​ (Sentiment​ Indicators) ที่สำ​คัญ​ตัวนึงเลย​ มาดูตัวอย่างจากตลาดหุ้นของจริงกันเลย​ จะได้​เห็นภาพมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างที่​ 1 Gulf tf​ week

ถ้าเราเทรดโดยมองว่าค่า​ P/E​ สูงไปจะพลาดเข้าในจุดที่​ 1 ซึ่งมีค่า​ P/E​ สูงที่สุดนับตั้งเเต่เข้าเทรด​ แม้ตอนนั้นราคาจะเพียงไม่ถึง80บาทต่อหุ้นเท่านั้น​ และจะพลาดทำกำไรไปประมาณ​130% หรือแม้เเต่ในจุดที่​ 3 ซึ่งค่า​ P/E​ สูงมาก​ ถ้าเข้าซื้อตอนนี้เราจะได้กำไร60%

ซึ่งในกรณีของหุ้น​ Gulf หลายคนอาจคิดว่า​ “ก็นี่ไง​ เพราะจุดที่​ 1 ค่า​ P/E สูง​ คนที่ไม่ยอมซื้อก็มีซื้อในจุดที่​ 2 ที่ค่า​ P/E​ ต่ำลงมาก​ ราคาก็พอๆ​ กัน​ด้วย​ หรือไม่ยอมซื้อจุดที่​ 3 ก็จะได้เข้าซื้อในจุดที่​ 4 ราคาพอกัน​ แต่ค่า​ P/E​ ต่ำสบายใจกว่าเยอะ” ถ้าคิดอย่างนี้​ สิ่งหนึ่งที่ต้องถามตัวเองก็คือ​ ค่า​ P/E​ เท่าไหร่​ถึงควรมองว่าต่ำและควรเข้าซื้อเพราะราคาจะวิ่งแน่นอน​ ตรงนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องเลย​ ทั้งประเภทของอุตสาหกรรม​ โครงการที่มี​ เท่าที่รู้ใน​ปัจจุบันนี้จึงยังไม่มีอินดิเคเตอร์​หรือตัวชี้วัดไหนที่จะบอกเราว่า​ P/E​ เท่านี้ต่ำแล้ว​ ซื้อสิ​ เดี๋ยว​หุ้นราคาขึ้นแน่

Gulf tf week

ตัวอย่างที่​ 2 Beauty tf​ week

ถ้าเราเทรดโดยใช้ค่า​ P/E​ ก็อาจจะเข้าซื้อตอนที่ค่า​ P/E​ ของหุ้นลดลงมาเหลือประมาณ​34เท่า​ (หุ้นตัวนี้เมื่อหลายปีก่อน​ เทรดกันอยู่ที่​ P/E​ สูงกว่า​ 40 เท่าแทบจะตลอดเวลา)​ แต่ปรากฏ​ว่า​ราคาลงมาเรื่อยๆ​ โดยที่ค่า​ P/E​ เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเเต่ราคาลดลงเป็นเท่าตัว​

Beauty tf week

จะเห็นได้ว่า​ ถ้าเรา​ “เทรด” โดยใช้หลักการว่าควรซื้อ​ คอลหรือLong​หุ้นเมื่อค่า​ P/E​ ต่ำและควรขายชอร์ต​หรือพุทเมื่อค่า​ P/E​ สูงจะขาดทุนมากทีเดียว​ เพราะเป็นการสวนอารมณ์​ตลาดที่มีต่อหุ้นตัวนั้นๆ​ ในเวลานั้น​

ขอย้ำอีกครั้งว่าสำหรับการเทรดโดยใช้​ Technical​ ค่า​ P/E เป็นสิ่งที่แสดงถึงความคาดหวังที่นักลงทุน​มีเท่านั้น​ ซึ่งอาจจะพุ่งสูงไปได้เรื่อยๆ​ สำหรับหุ้นที่คนให้ความคาดหวังเยอะ​ เหมือนหุ้น​ TESLA ในตลาดหุ้นอเมริกาที่มีค่า​ P/E​ สูงเกือบ​ 200​ เท่าแต่ราคายังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ​ และเมื่อผลกำไรของไตรมาสต่อๆ​ มาประกาศออกมาดี  ตัวหารในสูตร​ ซึ่งก็คือ​ E​ หรือ​ Earning ก็จะมีค่ามากขึ้น​ ส่งผลให้ค่า​ P/E น้อยลง

ค่า​ P/E​ ได้มาจากส่วนของกำไรในไตรมาสที่ผ่านมา​ ซึ่งเป็นเรื่องของอดีต​ แต่ความคาดหวังเป็นเรื่องของวันนี้และการมองไปในอนาคต​ ดังนั้นคงไม่ดีนัก​ ถ้าเราจะเอาอดีตมาตัดสินปัจจุบันเเละอนาคตใช่มั้ยคะ?

และการที่หุ้นมีค่า​ P/E​ ต่ำในบางครั้งอาจแสดงถึงอารมณ์​ของนักลงทุน​ที่ไม่คาดหวังอะไรกับหุ้นตัวนั้นๆ​ เลย​ และความไม่คาดหวังก็มักมากับความไม่สนใจ​ เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน​ หุ้นจะเอาอะไรเป็น​ Catalyst(ตัวเร่ง)​ ในการลากราคาขึ้น?

แต่ถ้าหากจะ​ “ลงทุน” แล้ว​ ค่าP/E​ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรนำมาพิจารณา​ด้วยนะคะ​ แค่ไม่ควรให้ความสนใจในการเทรดระยะสั้นเท่านั้น​ เพราะในการเทรดระยะสั้น​ ราคามักจะมีการแกว่งตัวตามความคาดหวัง​ ไม่สนมูลค่า​ที่เหมาะสม​(Fair​ ​value)

ดังนั้นเลือกให้ถูกต้องว่าจะเทรดหรือจะลงทุนนะคะ​ ไม่ใช่เข้าด้วย​technical แต่ไม่ยอมออกเพราะ​ fundamental ดี​ หรือใช้หลักการแบบfundamental มาตัดสินหุ้น​ แต่เทรดสั้นๆ​ แบบ​ technical นะคะ

  • ​ ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​