หุ้นเบรคแล้วต้องย่อมั้ย - supertraderrepublic

หุ้นเบรคแล้วต้องย่อมั้ย

“หุ้นเบรคแล้ว จะมีย่อมั้ยคะ/ครับ?” เป็นอีกคำถามนึงที่เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะ​จากผู้ที่ตกรถไม่อยากซื้อหุ้นราคาแพงและมักจะคิดว่ารอย่อมาก่อนเดี๋ยวค่อยเข้าซื้อ ก่อนที่จะพูดถึงประเด็นหลักนี่ มาคุยกันก่อนดีกว่าว่าเบรคที่ว่าเนี่ยคือเบรคอะไร

คำว่า “เบรค” หรือ “Breakout” คือการที่หลักทรัพย์​นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น Tfex ทองคำ คู่เงินต่างๆ สินค้าโภคภัณฑ์​หรือแม้แต่พันธบัตรรัฐบาล​ทะลุเเนวต้าน ซึ่งแนวต้านในที่นี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เช่น แนวต้านจากวอลุ่ม(แนวที่มีวอลุ่มสะสมมาก)​ แนวต้านที่เราดูจากกราฟราคา(มีจุดสัมผัสในกราฟมากกว่า 2 จุดขึ้นไป)​ แนวต้านที่เกิดจากเส้น EMA (เช่น เส้นEMA89 และเส้นEMA200 มักจะเป็นแนวต้าน)​ บ่อยครั้งหลักทรัพย์​ทั้งหลายมักจะเปิดกระโดดข้ามเเนวต้านเหล่านี้ไปเลยเพื่อลดการต้องใช้เงินเพื่อซับแรงขายตามหลัก Path of the Least Resistance อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ https://supertraderrepublic.com/path-of-the-least-resistance/

และเมื่อเบรคแนวต้านต่างๆ ที่ว่าได้แล้ว เค้าสามารถทำตัวได้ 2 แบบคือ 1. ย่อ (Retracement) และ 2. ไม่ย่อ ไปแล้วไปลับ

มาขยายความกันค่ะ

  1. ย่อ (retracement) หุ้นที่เบรคแล้ว ถ้ามีการย่อมักจะย่อมาที่แถวๆ แนวที่เบรคไป เรียกการกระทำนี้ว่า “Throwback” ซึ่งการย้อนกลับมาจะไม่พอดีเป๊ะๆ แต่บ่อยครั้งจะมีการย่อเกินและย่อไม่ถึง ตรงนี้แหละที่เราต้องอาศัยการแบ่งไม้ซื้อเข้ามาช่วย เพราะถ้าเราเป็นเงินใหญ่ เราคงไม่อยากทำกราฟให้ออกมาเดาง่ายโดยการให้ห​ลักทรัพย์​ย่อลงมาพอดีอย่างนั้น เมื่อเค้าลงมายังบริเวณ​จุดเบรคและย้อนกลับไปยังทิศทางเดิม เราจะเรียกว่า เกิดการretest หลายคนมองว่าการเกิดretestเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการตอกย้ำความเเข็งแรงของฐาน
  2. ไม่ย่อ เมื่อเบรคไปแล้ว ไม่ย่อลงมาเลย หรือถ้าย่อก็ย่อไม่ถึงแนวที่เบรคคราวก่อน หรือกว่าจะย่อก็ไปไกลแล้ว พอเริ่มย่อก็ไม่แน่ใจเเล้วว่านี่คือการย่อหรือการจบรอบกันแน่

ดังนั้นเมื่อหลักทรัพย์​เกิดการเบรคเเนวต้านไปแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีการย่อ Throwback กลับมาแถวบริเวณที่เบรคไปนะคะ นอกจากนี้เเล้วการย่อกลับมาเนี่ยแหละจะทำให้หุ้นไปได้ไม่แรง มีการทำสถิติพบว่าหุ้นที่ไม่เกิดการ Throwback เลย มีPerformanceดีกว่าหุ้นที่เกิดการThrowback จินตนาการง่ายๆ กับรถยนต์ ถ้ามีน้ำมันเท่ากัน รถที่วกกลับมาที่เดิมแล้วค่อยไปทางเดิมอีกครั้ง ย่อมจะไปได้ไม่ไกลเท่ารถที่ไปแล้วไปเลย ไม่วกกลับมารับ

การที่รอย่ออย่างเดียวเนี่ยแหละ ทำให้Performance ในหลายระบบเทรดแย่ลง เพราะหลักทรัพย์​ที่ไม่ย่อมักจะเป็นหลักจะเป็นที่ไปได้ไกล เป็น Big Shot กำไรที่ได้จากเค้าสามารถส่งผลต่อพอร์ต​ได้เลย

มาดูตัวอย่างคร่าวๆ กันค่ะ

STA, TF Day ซึ่งหลังจากเบรคกรอบสะสมแล้วไม่เคยย่อกลับมา ถ้าเข้าตั้งเเต่ตอนเบรคจะได้กำไรมากกว่า 1 เด้งเลย

KBANK, TF Day หลังจากเบรคแล้วก็มีการย่อลงมาเกือบถึงจุดที่เบรคไป จากนั้นก็เปิดแก็บลงเลย กรณีจะเห็นได้ว่าย่อมาทับไม่ได้ย่อมารับ


KCE, TF Day หลังจากเบรคไปแล้วก็มีการ Throwback ลงมาแถวแนวเบรค จากนั้นก็เด้งกลับแต่เด้งกลับไปได้นิดเดียวและไม่นานก็ลงมาอีกครั้ง

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า หุ้นที่เบรคและไปต่อเลยไม่มีการ Throwback​ กลับมาจะสร้างกำไรให้เราได้มากกว่าเพราะเป็นหุ้นที่มีแรง เหมือนจรวดที่เครื่องติดแล้ว เมื่อปล่อยออกจากฐานก็ยากที่จะวกกลับมา

เพราะฉะนั้น​ “การรอย่อ” ไม่ใช่คำตอบของทุกคำถามค่ะ เรื่องที่ต้องไปขบคิดกันต่อคือ ถ้าเป็นอย่างนี้ควรจะจัดการยังไงดี จะแบ่งไม้ซื้อหรือยังไง เมื่อซื้อแล้วควรจะมี stoploss แบบไหน หรือว่าการเทรดหุ้นเเรงๆ อย่างนี้เป็นหน้าเทรดที่ไม่ถนัด

  • ลภัสรดา​ เพ็ญ​สุข​ ผู้สอบผ่าน CMT LEVEL 2 (Chartered Market Technician Program) คุณวุฒิทางด้านวิชาชีพนักวิเคราะห์ทางเทคนิคในระดับสากล เจ้าของเพจวัคซีนหุ้น​