REFLECTION

วัฏจักรของหยดน้ำ

โค้ชพูม 111 Trader ผู้ให้แนวคิดและมุมมองการลงทุน
โค้ชพูม · 111 Traderโค้ช Super Trader Republic
ภาพประกอบบทความวัฏจักรของหยดน้ำ เปรียบเทียบกับวัฏจักรของตลาดและการเทรด

ผมได้มีโอกาสฟังเรื่องเล่าที่พี่สอนน้อง โดยได้นำเรื่องของ cycle หยดน้ำมาเทียบกับจุดมุ่งหมายในชีวิต โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า

ในทะเล มีหยดน้ำที่เป็นเพื่อนกัน 2 หยด โดยหยดน้ำทั้ง 2 ได้พูดคุยกันว่า พวกเรามีเป้าหมายชีวิตสูงสุดคือ “จะต้องกลายไปเป็นเมฆ” จะได้ลอยไปทั่วโลกและได้เห็นโลกทั้งใบ

เมื่อเวลาผ่านไป หยดน้ำก้อนแรกได้มีโอกาสลอยไปเป็นเมฆก่อน ส่วนหยดน้ำก้อนที่สองยังไม่ได้ลอยขึ้นเป็นเมฆ แต่ลอยไปได้เป็นแค่หมอก ในความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าทุกหยดน้ำจะลอยกลายเป็นเมฆได้

เมื่อหยดน้ำก้อนที่สองเป็นได้เพียง "หมอก" เลยรู้สึกด้อยค่าไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เพราะไม่ได้ไปอยู่ในจุดสูงสุดเหมือนหยดน้ำก้อนที่หนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปเกิดฝนตกใหญ่ลงมา เจ้าหมอกเลยพยายามเรียกหาเพื่อนที่เคยกลายไปเป็นเมฆ แต่ก็หาเพื่อนไม่เจอ แต่ไปเจอหยดฝนบอกว่า เพื่อนของนายกลับลงไปเป็นน้ำทะเลตั้งนานแล้ว และหยดฝนได้พูดเตือนสติว่า ไม่ว่าจะเป็นเมฆ เป็นหมอก หรือเป็นหยดฝนที่ตกลงสู่ทะเล ทุกอย่างคือ “ฉากหนึ่งของความทรงจำในชีวิต”

ไม่ว่าเราจะอยู่ในจุดไหน หรือทำตามสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่ เราควรมีความสุขกับตำแหน่งหรือสิ่งที่ตัวเองเป็นในปัจจุบันให้มากที่สุด

ในโลกของการเทรด เราทุกคนก้าวเข้ามาด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เหมือนหยดน้ำที่อยากกลายไปเป็นเมฆ เราอยากเห็นพอร์ตเติบโต อยากไปถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จ แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกจังหวะที่เราจะได้เป็นเมฆได้

1. ยอมรับความเป็นหมอกบ้างในวันที่พอร์ตไม่เป็นใจ ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจตั้งเป้าจะเป็นเมฆที่ลอยสูง แต่ตลาดกลับทำให้เราเป็นได้เพียงหมอก หรือบางคนอาจจะกลายเป็นหยดฝนที่ตกลงสู่ทะเล พบกับการขาดทุน การที่เรายังไปไม่ถึงจุดสูงสุด หรือทำกำไรไม่ได้ตามเป้า ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว แต่มันคือ "ฉากหนึ่งของความทรงจำ" ในเส้นทางนักเทรด ในทุกตลาดมี Cycle ของมัน เหมือนวงจรของหยดน้ำ มีวันที่ระเหยขึ้นไป และมีวันที่ตกกลับลงมา

2. อย่าดูถูกตัวเอง เมื่อเทียบกับ "เมฆ" ของคนอื่น ใน Social media เราอาจจะเห็นบางคนที่กลายเป็นเมฆไปแล้ว จนเราเผลอเปรียบเทียบและรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง กำไรของคนอื่นอาจเป็นแค่ช่วงเมฆของเขา ทุกคนจะมีช่วงที่เป็นหมอก รวมถึงฝนปะปนกันไป จริงๆ แล้วในวันที่เราพอร์ตติดลบ ขาดทุน อาจทำให้เรามองเห็นรายละเอียดของความผิดพลาดของตัวเราเอง ถ้าเรานำความผิดพลาดกลับมาปรับปรุงแก้ไข จะทำให้เราพัฒนาขึ้นได้แน่นอน

3. ลองกลับมามีความสุขกับตำแหน่งที่เรายืนอยู่ ความสุขในการเทรดอาจไม่ใช่การต้องอยู่ในตำแหน่งของเมฆเสมอไป แต่บางครั้งคือการภูมิใจกับตัวเอง ได้ทบทวน แก้ไข ปรับปรุงในทุกฉากของชีวิตให้ดีขึ้น - หากปีนี้คุณเทรดได้กำไรตามเป้าหมาย ก็อย่าหลงระเริง และประมาทจนเกินไป - หากปีนี้คุณเท่าทุน จงภูมิใจที่คุณยังมีโอกาสได้ไปต่อ - หากปีนี้คุณเสียเงินไป แต่ได้ "บทเรียน" ที่มีค่ากลับมา จงขอบคุณความผิดพลาด เพราะมันคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่จะหล่อหลอมให้คุณแกร่งขึ้น

ในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าพอร์ตของเราจะเป็นเมฆที่ลอยสูง หรือจะเป็นหมอกที่กำลังเรียนรู้ ขอให้เรามีความสุขกับตำแหน่งที่เราอยู่ การอยากเป็นเมฆ แต่ปีที่ผ่านมาเราทำได้เพียงเป็นหมอก ก็ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว เพราะทุกประสบการณ์คือบทเรียนที่มีค่าในเส้นทางชีวิต

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็น "เมฆ" ที่ลอยสูง หรือเป็น "หมอก" ขอให้ภูมิใจในทุกฉากของชีวิตที่เราผ่านมา ทุกย่างก้าวคือส่วนหนึ่งของความทรงจำที่สวยงาม อย่าดูถูกตัวเอง เพราะทุกสถานะที่เราเป็น คือความสำเร็จในแบบของเรา

ติดตามโค้ชพูมได้ที่ FB : 111 Trader

#111trader
หมายเหตุจากเว็บไซต์

เนื้อหาข้างต้นเป็นข้อความจากโพสต์ต้นฉบับเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

สอบถาม / สมัครผ่าน LINE