ITD ติด blacklist — ใครได้ประโยชน์ และต้องดูอะไรต่อ

เชื่อว่าเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จัก บ.อิตาเลี่ยนไทย ดีเวอลอปเมนต์ จก. มหาชน (ITD) ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มก่อสร้างของประเทศไทย และจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างล่าสุดในวันที่ 14-15 มกราคม 69 ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชน จนภาครัฐต้องขยับมาพูดถึงมาตรการ blacklist หรืออาจลามไปถึงการยกเลิกสัญญา อันนี้จะส่งผลตรงถึงการประมูลงานใหม่หลังจากนี้ของภาครัฐตั้งแต่ปี 69 เป็นต้นไป ITD จะไม่สามารถเข้าประมูลได้จนกว่าจะถูกปลดชื่อออกจาก blacklist ดังกล่าว (ส่วนการยกเลิกสัญญานั้นยังไม่มีข่าวชัดเจนออกมา)
ทีนี้เรามาดูกันว่าการที่ติด blacklist จะมีผลยังไงกับ ITD เนื่องจากงานรับเหมาส่วนใหญ่ที่ได้เป็นงานโครงสร้างพื้นฐาน และงานจากภาครัฐ เลยทำให้นักลงทุนกลุ่มนึงคาดว่าหลังจากนี้ผลประโยชน์ในส่วนงานภาครัฐจะไปตกที่ บ. ช การช่าง (CK) และ บ.สเตคอน (STECON) ทำให้ในวันนี้ราคาของหุ้นทั้งสองบริษัทวิ่งปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้นักลงทุนคงคาดการณ์กันได้ว่าหลังจากนี้งานรับเหมาใหญ่ๆ ก็จะไม่พ้น 2 บริษัทนี้อย่างแน่นอน
แต่ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่เคยมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับงานที่รับเหมาไป ที่ผ่านมาก็มีให้รับรู้อยู่บ้างแต่ท้ายสุดด้วยพื้นฐานของบริษัทที่มั่นคง และกำไรที่เริ่มกลับมา ก็ทำให้นักลงทุนเริ่มสนใจเข้าไปช้อนหุ้นของ 2 บริษัทดังกล่าวจนราคาดึงกลับขึ้นมาอยู่ในระดับปัจจุบัน ต้องออกตัวก่อนครับว่าผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาในการเชียร์หรือสนับสนุนให้ลงทุนในหุ้นตัวไหน เพียงแต่แสดงข้อคิดเห็นไว้เท่านั้น
อย่างไรก็ตามการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นใน 2 บริษัทนี้เป็นเพียงการตอบรับข่าวเท่านั้น มาตรการของรัฐบาลยังไม่ถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เพราะงั้นนักลงทุนที่สนใจควรต้องติดตามกันต่อไป เพราะเนื่องจากในวงการรับเหมานั้นผู้เขียนไม่แน่ใจว่าบริษัทที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการติด blacklist ของ ITD จะสามารถเข้ามารับงานต่อได้ทันท่วงทีหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่างานใหญ่ๆ จะมีเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ เทคโนโลยีในการก่อสร้าง ความเชี่ยวชาญและจำนวนแรงงานฝีมือเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นนักลงทุนจึงควรหาข้อมูล และศึกษาอย่างละเอียดด้วยตนเองอีกที
และหากต้องการจะลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้จริงๆ สิ่งที่ต้องเอามาดูคืองบการเงินและสถานะงานที่ปิดประมูลไป และต้องคิดต่อว่าหากงานที่ต้องหลุดมือจาก ITD ไป แล้วอีก 2 บริษัทมีบางปัจจัยที่ทำให้รับงานนี้ไม่ได้จะเป็นอย่างไร อันนี้คือคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้ครับ เช่น เรื่องเงินทุน/หนี้สินของบริษัท เพราะงานใหญ่ๆ ต้องใช้เงินทุนที่สูง หากบริษัทดังกล่าวไม่ได้สำรองเงินทุนไว้รองรับงานที่จะเข้ามายังไงก็รับงานมาไม่ได้ครับ ทั้งนี้ควรดูค่า D/E ของแต่ละบริษัทและเช็คพาร์ทเนอร์ทางการเงินของบริษัทดังกล่าวด้วยนะครับ
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปคือ - เรื่องของการถูกริบเงินประกัน - ผลขาดทุนจากการตัดจำหน่ายงานระหว่างก่อสร้าง - ค่าปรับและการฟ้องร้อง
และย้ำว่าหากในทางเทคนิคคอลแล้วยังมีหุ้นอีกหลายกลุ่มที่น่าลงทุน ขอให้นักลงทุนเลือกให้ถูก ทำการบ้านดีๆ หาตลาดเบรค 1300 ได้ต้องรู้ละนะว่าเราจะเข้าลงทุนกลุ่มไหนครับ
ติดตามโค้ชเล็กได้ทาง FB : Lekclusive Trading
เนื้อหาข้างต้นเป็นข้อความจากโพสต์ต้นฉบับเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

